ทุนประกันกับความคุ้มครองรถยนต์

ทุนประกันมีผลยังไงกับประกันรถยนต์ ทุนมากทุนน้อยคิดต่างกันอย่างไร

ผู้แต่ง พินวา
หมวดหมู่ เคล็ดลับรถยนต์
#ทุนประกัน #มูลค่ารถยนต์ #ทุนประกันรถยนต์ #เลือกทุนประกันอย้่างไรดี

เลือกทุนประกันเท่าไหร่ดี?

คลิกเช็คเบี้ยเลย

อ่านเร็วๆ


  • ทุนประกันคือมูลค่าความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายเพื่อซ่อมรถให้เราในแต่ละปี
  • ทุนประกันยิ่งสูง ยิ่งคุ้มครองมาก เบี้ยประกันยิ่งแพง แต่แทบไม่ต้องจ่ายอะไรเวลาซ่อม
  • ทุนประกันน้อย คุ้มครองน้อย เบี้ยประกันถูก แต่จ่ายเองเวลาซ่อมเยอะ

23
Shares

ทุนประกัน มูลค่ารถยนต์ กับความคุ้มครอง

รถแต่ละคันมีทุนประกันที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเจ้าของรถหลายคนไม่เคยรู้ รวมทั้งมูลค่ารถยนต์ และที่มาที่ไปของมัน จนเกิดความเสียหายต้องเคลมขึ้นมานั่นแหละ ทุนประกันกับมูลค่ารถยนต์จึงจะกลายเป็นข้อสำคัญที่ประกันจะนำมาใช้พิจารณาค่าชดเชย ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่เจ้าของรถทุกคนควรจะรู้เลยล่ะ

ทุนประกัน กับมูลค่ารถยนต์ คืออะไร ต้องรู้เพื่ออะไร

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ทุนประกันก็คือมูลค่าความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะจ่ายสูงสุดสำหรับความเสียหายสิ้นเชิงที่เกิดขึ้นกับรถของเราต่อปี โดยมูลค่าความคุ้มครองนี้จะถูกกำหนดจากมูลค่ารถยนต์ของเรา รถที่มีมูลค่าสูงสุด คือรถใหม่ป้ายแดงที่มีมูลค่า 80% ของราคารถ และมูลค่ารถยนต์จะลดลงเรื่อยๆ ปีละ 10% หรือตามราคากลางรถยนต์ในปีนั้นๆ

ทุนประกัน และมูลค่ารถยนต์ทำให้เบี้ยประกันแพงขึ้นหรือถูกลงได้

ปกติประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองสูงสุดกับรถใหม่ป้ายแดงที่ทุนประกัน 80% ของมูลค่ารถยนต์นะครับ แต่เราสามารถเลือกได้เองด้วย โดยดูตามความเสี่ยงและลักษณะการใช้งานของเรา ถ้ารู้สึกว่ารถเราใช้งานเยอะ อาจต้องเคลมบ่อย หรือเอารถไปแต่งมา เงินที่ลงไปกับรถเพิ่มขึ้น จะเลือกเพิ่มทุนประกันก็ทำได้ครับ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องทำใจว่า ยิ่งทุนประกันมาก ก็ต้องจ่ายเบี้ยประกันมากขึ้นตามไปด้วย หลักการเพิ่มทุนประกันจะเพิ่มได้สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท หรือในทางกลับกัน รถไม่ค่อยได้ใช้ และคิดว่าเสียหายในระดับที่ซ่อมเองได้ จะเลือกทุนประกันน้อยหน่อย เพื่อลดเบี้ยก็ได้เช่นกันครับ ซึ่ง จะลดได้มากสุดไม่เกิน 50,000 บาท พอเราลดมูลค่ารถยนต์ลง เราจะได้เบี้ยประกันที่ถูกลง แต่ก็ต้องรับความเสี่ยงที่อาจจะต้องควักกระเป๋าซ่อมรถเองเยอะหน่อยเหมือนกันครับ เพราะความคุ้มครองที่ได้จะขึ้นอยู่กับทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์นั่นเอง

“"เพราะถ้าทุนเยอะแล้วไม่ได้ใช้หลายคนก็เสียดาย แต่ถ้าทุนน้อยไม่ครอบคลุม ต้องซ่อมเองเพิ่มก็กลายเป็นเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายได้เหมือนกัน"”

ทุนประกันเท่าไหร่ถึงเหมาะกับมูลค่ารถยนต์ของเรา

ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของรถมักเลือกที่ความคุ้มครองสูงสุดสำหรับรถใหม่ป้ายแดง เพราะรถใหม่ป้ายแดงมักเป็นลูกรัก เจ้าของเป็นห่วงมาก กลัวนั่นกลัวนี่ ตามมูลค่ารถยนต์ที่เยอะๆ นั่นเองครับ แต่พออายุการใช้งานรถมากขึ้น ไม่ค่อยไปชนไปครูดกับอะไรก็จะสบายใจขึ้นด้วย ทุนประกันที่เลือกก็น้อยลงได้ ดังนั้นควรเลือกจากอายุการใช้งาน ลักษณะการใช้งาน และความชำนาญของคนขับเป็นสำคัญ

ทุนประกัน และมูลค่ารถยนต์ ดูได้ตรงไหนในกรมธรรม์

ปกติแล้ว ทั้งทุนประกัน มูลค่ารถยนต์ จะระบุไว้ในกรมธรรม์เลยครับ แต่คนมักไม่ค่อยรู้ เพราะไม่ได้บอกชัดๆ ว่านี่คือทุนประกันนะ นี่คือมูลค่ารถยนต์นะ ดังนั้นเมื่อได้รับกรมธรรม์มา ให้ลองดูในภาพข้างล่างนี้เลย แล้วจะเจอกับมูลค่ารถยนต์ ซึ่งเป็นที่มาที่ไปของทุนประกันของเรา

วิธีดูทุนประกันในกรมธรรม์

ทุนประกันมีผลต่อ 2 สิ่งหลักๆ คือค่าเบี้ยประกันและความคุ้มครอง ซึ่งหากไม่แน่ใจว่ารถของเรามูลค่าเท่าไหร่ ควรเลือกเท่าไหร่ หรือตอนนี้เราเลือกที่เหมาะสมกับรถเราแล้วรึยังล่ะก็ ลองคุยกับ Frank.co.th ดูก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่นอนก่อนซื้อประกันรถครั้งต่อไปก็ได้นะ

 
Frank's Box

ตรวจสอบราคากลางรถยนต์ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก

มองหาประกันรถยนต์อยู่ไหม?


เช็คเบี้ยเลย

ทุนประกัน และมูลค่ารถยนต์คนอื่นเค้าสงสัยอะไร?

ทำไมทำประกันชั้น 1 แล้วทุนประกันต่ำกว่า 80% ของมูลค่ารถยนต์

ต้องบอกว่า เป็นไปไม่ได้เลย ที่ประกันชั้น 1 จะให้มูลค่าทุนประกันต่ำกว่า 80%ของมูลค่ารถยนต์ แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ามูลค่าของรถยนต์นั้นจะลดลงตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้นเสมอ เวลาคิดทุนประกันจะคิดตามราคาที่กำหนดไว้ตามปี ซึ่งการคิดทุนประกันนี้จะแยกเป็น 2 กรณี คือ

กรณีแรก

รถปีที่ 1รถใหม่(ป้ายแดงนั่นเอง) จะได้รับทุนประกัน 80% ของมูลค่ารถ

สมมติว่า รถใหม่ซื้อมา 700,000บาท ทุนประกัน 80% = 560,000 บาท

รถปีที่ 2 คันเดิม(ปีนี้ถือว่าไม่ใหม่แล้ว)ทำประกันกับบริษัทประกันเจ้าเดิม จะได้รับทุนประกัน 80% ของมูลค่ารถยนต์ในปีที่แล้ว

มูลค่ารถปีที่ 2 เป็น 560,000 บาท ทุนประกัน 80% = 448,000 บาท

อีกกรณีหนึ่งคือ

รถปีที่ 2 เปลี่ยนบริษัทประกัน จะได้ทุนประกัน 80% ของราคากลาง ไม่ว่าจะเป็นรถมือ 1 หรือ มือ 2

ราคากลางรถยนต์คืออะไร

คือราคาของรถยนต์มือ 2 ที่ซื้อขายกันในตลาด เรียกว่า “ราคากลาง” กำหนดโดยกรมการขนส่งทางบก ว่าแต่ละรุ่นมีราคาเฉลี่ยแล้วประมาณเท่าไหร่ เพราะรถยนต์มีความเสื่อมตามอายุการใช้งาน เวลาซื้อขายจริงอาจจะถูกกว่าหรือแพงกว่าราคากลางก็ได้ แต่บริษัทประกันจะยึดราคากลางเป็นหลักในการตีมูลค่ารถยนต์เพื่อคำนวณทุนประกัน ราคากลางจะอ้างอิงจากเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก

ประกันชั้น 1 จ่ายสูงสุดเท่าไหร่ของมูลค่ารถยนต์

ต้องแยกออกเป็น 2กรณี คือกรณีเสียหายสิ้นเชิง กับความเสียหายบางส่วน

ความเสียหายสิ้นเชิง

คือความเสียหายที่ซ่อมให้เหมือนเดิมไม่ได้ หรือมีค่าซ่อมเกิน 70% ของมูลค่ารถยนต์ บริษัทประกันจะจ่ายค่าชดเชยให้เต็มจำนวนเงินตามกรมธรรม์ คือคืนทั้งหมดที่ 80% ในเงื่อนไขว่าจะต้องโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้บริษัทประกันทันที ก็คือการขายซากนั่นเอง และความคุ้มครองประกันรถยนต์ของกรมธรรม์ฉบับนี้ก็จะจบลง

แต่ถ้าเจ้าของรถยนต์เลือกที่จะเก็บซากรถไว้เอง บริษัทประกันจะจ่ายระหว่าง 65 – 80% ของทุนประกัน

ความเสียหายบางส่วน

คือยังซ่อมไหว อาจจะตกลงกันว่าจะซ่อมหรือบริษัทประกันจะเปลี่ยนเป็นรถคันที่มีสภาพเดียวกันแทน หรือจะชดใช้เป็นเงินค่าเสียหายก็ได้ ซึ่งก็จะไม่เกิน 70% ของมูลค่ารถยนต์

มูลค่ารถยนต์คำนวณจากอะไรบ้าง

มูลค่ารถยนต์คำนวณจากสภาพรถ ซึ่งแบ่งออกเป็นรถใหม่ป้ายแดง กับรถมือ 2 ที่จะตีมูลค่าตามราคากลาง มูลค่ารถจะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุการใช้งาน ซึ่งการเฉี่ยวชน การเคลมประกันต่างๆ ไม่มีผลต่อมูลค่ารถยนต์


ทุนประกันรถยนต์ มูลค่ารถยนต์ เข้าใจไม่ยาก หากรู้เรื่องนี้

มูลค่ารถยนต์ ทุนประกัน กับความคุ้มครอง

มูลค่ารถยนต์สำหรับบริษัทประกันจะมีผลต่อ 2 สิ่งด้วยกัน คือทุนประกัน ที่จะคิดตามมูลค่ารถยนต์ ยิ่งมูลค่ารถยนต์สูง ทุนก็จะสูง ทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายแพงขึ้น และจะได้รับความคุ้มครองมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ถ้าเบี้ยประกันถูกมาก ให้ย้อนไปดูที่ชั้นประกันที่ทำไว้ กับทุนประกันที่ให้มายิ่งทุนประกันถูกมากเท่าไหร่ มูลค่ารถยนต์และเบี้ยประกันก็จะถูกลงเท่านั้น ซึ่งความคุ้มครองก็จะน้อยตามไปด้วย ของถูกจึงไม่ใช่ของดีเสมอไป

การชดใช้ความเสียหายของบริษัทประกันรถยนต์

การชดเชยของบริษัทประกันจะมาจากมูลค่ารถยนต์ เพื่อเป็นมูลค่าที่บริษัทประกันจะชดเชยให้ โดยประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายรถยนต์มากที่สุด โดยมีเงื่อนไขว่า ประกันจะซ่อมให้เฉพาะกรณีที่เกิดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายบางส่วนหรือความเสียหายโดยสิ้นเชิง

ประกันไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายแบบไหน

1. ความเสียหายที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ

2. การเสื่อมราคาหรือความสึกหรอของเครื่องยนต์

3. การบรรทุกน้ำหนักเกิน

4. ค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถ หรือการซ่อมนานโดยไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น




 

เกี่ยวกับ พินวา

Content Writer ผู้รักการเขียน ชอบแมว และการท่องเที่ยว สนใจการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และเชื่อมั่นว่าจะแบ่งปันเรื่องที่พบทั้งประกันรถยนต์ การท่องเที่ยว หรือสิ่งต่างๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย

ร่วมมือกับ

Frank

ประกันรถยนต์

เดินทาง

ประกันอุบัติเหตุ

วิธีการชำระเงิน

จ่ายผ่านบัตรเครดิต
จ่ายผ่านช่องทางอื่น
จ่ายผ่านเคาท์เตอร์
จ่ายผ่าน ATM หรือออนไลน์ แบงค์กิ้ง

ร่วมมือกับ

ออกกรมธรรม์โดย
รับรองความปลอดภัยโดย
ภายใต้การควบคุมจาก
8th Floor, Sethiwan Tower,139 Pan Rd. Silom, Bangrak 10500 Bangkok, Thailand • Frank Insurance Broker (Thailand) Co. Ltd., is trading as Frank.co.th
OIC license for non-life insurance registration number : 00017/2559 • DBD registration number 0105559056161