รวมวิธีขับรถปลอดภัยจากอุบัติเหตุรถยนต์

ผู้แต่งวรัญญา ไทยเขียว
หมวดหมู่เคล็ดลับประกันรถยนต์
#อุบัติเหตุรถยนต์#ขับขี่ปลอดภัย#วิธีเลี่ยงอุบัติเหตุ#วิธีขับขี่ปลอดภัย

มองหาประกันรถยนต์อยู่?

เช็คเบี้ยประกันเลย

อ่านเร็วๆ

  • สาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์ของประเทศไทยเกิดจาก เมาแล้วขับ หลับใน ขับรถเร็ว ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร และขับรถประมาท
  • วิธีลดอุบัติเหตุรถยนต์ทำได้ด้วยการ เช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งาน เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเดินทาง ปฏิบัติตามกฏจราจร และมีมารยาทในการขับรถ
  • ตัวอย่างของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นและการเรียนรู้จากเหตการณ์นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นเหยื่อเมาแล้วขับ ขับรถหลับใน หรือการขับรถย้อนศร
  • วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อเดินทางไกล ขับรถขึ้นลงเขา ขับรถฝ่าหมอก ขับรถเมื่อฝนตกหนัก และการขับรถลุยน้ำท่วม
  • การลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุตามหลัก 5ร. ตำรวจราจร คือ รู้เรื่องรถ รู้จักเส้นทาง รู้จักวิธีการขับรถ รู้กฏจราจร และรู้มารยาทในการขับรถ
อุบัติเหตุรถยนต์-รถชนรุนแรง

23
Shares

เมื่อเอ่ยถึงอุบัติเหตุรถยนต์แน่นนอนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเพราะความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินนั้นมันประเมินค่าไม่ได้ Frank จึงตั้งใจรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เรื่องวิธีการขับรถปลอดภัยจากอุบัติเหตุรถยนต์ที่จะช่วยลดความสูญเสียลงได้บ้างและคาดหวังว่าเมื่อเพื่อนๆ อ่านจนจบจะเข้าใจว่ามารยาทในการขับขี่นั้นมันช่วยลดอุบัติเหตุลงได้อย่างไร เพราะวัตถุประสงค์หลักของเราคือ ไม่ต้องการให้เพื่อนๆ มีการแจ้งเคลมเลยตลอดปีแล้วมารับส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีถัดไปจากเราดีกว่า


เราคงเคยได้ยินข่าว 7 วันอันตรายทั้งช่วงปีใหม่และสงกรานต์กันทุกปีแล้วว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ซึ่งที่จริงแล้วสาเหตุของความสูญเสียเหล่านั้นมีทั้งแบบที่ป้องกันได้จากพฤติกรรมของคนขับรถและการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางไกล และเกิดจากความสุดวิสัย มาดูกับครับว่าสาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง Frank เชื่อว่าหลายคนเดาได้

สาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์เกิดได้จากอะไรบ้าง?

เราสามารถแยกสาเหตุที่ว่าออกเป็น 2 ส่วนนั่นคือ สาเหตุที่เกิดจากคนและสาเหตุที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมโดย 5 อันดับแรกจากสถิติช่วง 7 วันอันตรายนั้นคือ


1. เมาแล้วขับ

ข้อนี้ Fank จำได้ตั้งแต่เด็กเลยว่าการเดินทางในช่วงเทศกาลของบ้านเรานั้นไม่เคยขาดแอลกอฮอล์เลยถึงขั้นที่ว่าในช่วงหนึ่งมีการรณรงค์โครงการเมาไม่ขับและถนนสีขาวออกมาตามสื่อต่างๆ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นถ้าคนที่ขับรถดื่มสุราเพราะคนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุรถยนต์นั้นนอกจากตัวคนขับที่เมาสุราแล้ว ยังมีพิื่อนร่วมทางคนอื่นๆ อีกหลายร้อยคนที่กำลังเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้าน และคนที่บ้านของพวกเขาก็กำลังรอการกลับมาของพวกเขาอยู่


และในปัจจุบันได้มีการแก้ไขกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับใหม่ปี 2557ออกมาเพื่อการขับรถปลอดภัยมากขึ้นและควบคุมสถานที่ที่สามารถขายแอลกอฮอล์ได้ จำกัดบริเวณที่ไม่ควรให้มีการขายแอลกอฮอล์ เช่น บริเวณสถานศึกษา วัดหรือสถานที่ราชการ รวมถึงห้ามการโพสรูปเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ รวมไปถึงการปรับลดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกปี 2522เป็นมากว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ถือว่า “เมาสุรา” และประกันรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้ด้วย

อุบัติเหตุรถยนต์-อุบัติเหตุบนถนน

2. หลับใน

อาการหลับในแล้วเกิดอุบัติเหตุนั้นมักจะเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์คาดเดายาก และเกิดได้จากร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จากการล้าสายตาในการขับรถทางไกลเป็นเวลานานๆ หรือตอนที่ขับรถกลางแดดจัดก็ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนเพราะเพลียแสงแดดได้เหมือนกัน ซึ่งการป้องกันการหลับในที่ปลอดภัยที่สุด คือ การจอดพักทั้งรถและคนแล้วเปลี่ยนอิริยาบทเดินเล่น ล้างหน้าให้หายง่วงซัก 10-15 นาทีแล้วค่อยขับต่อไป ส่วนคนที่อดนอนมานานหลายวันก่อนขับรถอยากแนะนำให้นอนชดเชยอย่างน้อย 2 วันล่วงหน้าก่อนวันเดินทางเพื่อป้องกันอาการอดนอนสะสม


3. ขับรถเร็ว

การขับรถเร็วมักจะเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์ที่รุนแรงเสมอ เรื่องการใช้ความเร็วในการขับขี่ให้เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของคนขับเองว่าที่ความเร็วเท่าไหร่ที่เรายังควบคุมรถได้อยู่ ซึ่งที่จริงแล้วเราสามารถดูความเร็วที่เหมาะสมได้จากป้ายจราจรข้างทางในแต่ละพื้นที่ที่เราเดินทางไปได้ด้วยนะ เพียงแค่จำไว้ว่ายิ่งใช้ความเร็วสูงเท่าไหร่คุณจะเหลือเวลาในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้น้อยลงเท่านั้น เพราะอย่างงั้นถ้าเราไม่คุ้นเส้นทางก็อย่าขับเร็ว ค่อยๆ เดินทางก็ไปถึงจุดหมายเหมือนกัน และอย่าท้าแข่งความเร็วบนถนนเลยเพราะคุณกำลังให้ชีวิตคนอื่นได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

“ไม่ว่าคุณเป็นทางหลักหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าขึ้นการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุให้เกิดความปลอดภัยนั้นสำคัญที่สุด


4. ขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร

เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้นมากที่สุด เพราะเกิดจากคนขับที่ขาดจิตสำนึกแล้วทำให้คนอื่นได้รับความเดือนร้อนหรือสูญเสียอย่างไม่น่าเกิดขึ้น ตัวอย่างล่าสุดจากรถที่ขับสวนเลนส์แล้วไปชนประสานงากับรถคันที่ขับตามเลนส์ปกติทำให้มีคนคนเจ็บและรถยนต์เสียหาย หรือรถมอเตอร์ไซต์ที่ขี่ย้อนศรแล้วมาชนรถยนต์จนทำให้มีคนเจ็บ และที่เห็นได้บ่อยที่สุดคือการฝ่าสัญญาณไฟจราจรแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็เกิดจากการขับรถฝ่าฝืนกฎจราจรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่จะช่วยลดอุบัติเหตุเรื่องนี้ได้คือ ทำตามกฎจราจรให้เคยชินจนเป็นนิสัยและคิดเสมอว่าเราอาจจะทำให้เพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ ที่มีครอบครัวที่ต้องดูแลได้รับเดือดร้อนไปด้วยหรือถึงขั้นเสียชีวิต


5. ขับรถประมาท

สาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์นี้มักจะเกิดกับวัยรุ่นที่ยังคึกคะนองชอบขับรถปลี่ยนเลนส์ไปมาหรือเปลี่ยนเลนส์กระทันหันทำให้รถยนต์คันที่ขับตามมาเบรกไม่ทันเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงแก้งค์เด็กซิ่ง เด็กปาดทั้งหลายด้วย การป้องกันอุบัติเหตุจากความประมาทนี้คงต้องแก้ที่ใจของคนขับก่อนว่า คุณต้องใจเย็นลง รู้จักให้อภัยคนอื่นและคิดเสมอว่าทุกคนอยากกลับถึงบ้านกันทั้งนั้น หรือการขับรถตามกฎจราจรนั้นให้เราปรับตามสถานการณ์ให้ปลอดภัยดีที่สุด

ตัวอย่างของอุบัติเหตุรถยนต์และการป้องกัน


1. อุบัติเหตุรถตกเหว

ส่วนมากสาเหตุของอุบัติเหตุรถยนต์ตกเหวนี้เกิดจากความไม่ชำนาญเส้นทาง และขับรถเร็วเกินไปทำให้ควบคุมรถไม่ได้และทำให้เกิดอุบัติเหตุรถตกเหวขึ้น สิ่งที่เราเรียนรู้จากอุบัติเหตุนี้คือ

ส่วนสภาพถนนหรือสภาพอากาศนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เราจึงไม่ควรขับด้วยความเร็วสูง




2. อุบัติเหตุของบนรถบรรทุกร่วงใส่หรือเสียบทะลุรถ

อุบัติเหตุแบบนี้น่ากลัวมากๆ เพราะของที่บรรทุกอยู่บนรถคันที่อยู่ข้างหน้าอาจหล่นลงมาใส่รถเรา หรือที่น่ากลัวกว่านั้นคือถ้ารถบรรทุกคันนั้นเบรกกระทันหันของที่ว่านั้นอาจจะหล่นมาเสียบทะลุรถเราได้ด้วย สิ่งเดียวที่ป้องกันอุบัติเหตุรถยนต์ที่ว่านี้คือ การเว้นระยะห่างจากรถบรรทุกคันหน้าให้มากกว่าปกติโดยเฉพาะการขับรถในต่างจังหวัดที่มักจะใช้ความเร็วสูงและมีรถบรรทุกใหญ่ค่อนข้างเยอะ

อุบัติเหตุ-เหล็กเส้น-เสียบทะลุรถ-จากรถบรรทุก

3. อุบัติเหตุฝ่าไฟแดง

ตัวอย่างของอุบัติเหตุรถยนต์แบบนี้เกิดจากความประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจรของคนขับเองโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ในต่างจังหวัดในเวลากลางคืนที่คิดว่าไม่ค่อยมีรถแล้วฝ่าไฟแดงได้ แต่ความเป็นจริงแล้วในตอนกลางคืนจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับด้วยความเร็วสูงและเมื่อคนฝ่าไฟแดงออกไปก็ยากที่จะเบรกได้ทัน การป้องกันอุบัติเหตุนี้ทำได้ด้วยตัวคุณเองคือ อย่ามักง่ายหรือประมาทในการขับรถโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นจะน้อยลง และการทำตามกฎจราจรให้เคยชินจนเป็นนิสัยก็เป็นอีกทางที่ป้องกันได้



กำลังมองหาประกันรถยนต์อยู่รึเปล่า?


เช็คเบี้ยเลย

ขับรถปลอดภัยเมื่อเดินทางไกล ขับรถขึ้นลงเขา ขับฝ่าหมอก ฝ่าฝนตกหนัก และขับรถลุยน้ำท่วมได้อย่างไร?

ความปลอดภัยในการขับขี่นั้นเริ่มต้งแต่ทัศนคติในการขับรถเลย หรือที่หลายคนเรียกว่ามีมารยาทในการขับขี่เพราะไม่ว่าคุณเป็นทางหลักหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้าขึ้นการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุให้เกิดความปลอดภัยนั้นสำคัญที่สุด ส่วนวิธีการขับรถให้ปลอดภัยหรือการตัดสินใจเมื่อเกิดปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นเพื่อให้ขับรถปลอดภัยที่สุดนั้นจะทำได้ดีขึ้นตามประสบการณ์การขับรถที่มากขึ้นเอง


Frank จึงอยากแนะนำวิธีการต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้นให้กับทุกคน เพราะสิ่งที่เราคาดหวังที่สุดคือ ทุกคนขับรถปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น


วิธีขับรถขึ้นเขา-วิธีขับรถฝ่าหมอก-วิธีขับรถฝ่าฝนตก-วิธีขับรถฝ่าน้ำท่วม

วิธีเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง


1. ตรวจเช็ครถยนต์ให้พร้อม

ตั้งแต่ระดับน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำในหม้อน้ำ แบตเตอรี่รถยนต์ยังมีไฟประจุอยู่ เติมน้ำยาฉีดกระจกให้เต็ม ใบปัดน้ำฝนไม่เสื่มสภาพ ดูระบบไฟส่องสว่างและไฟเบรกทำงานให้เป็นปกติ และเติมลมยางให้พร้อมเดินทาง


2. เตรียมคนขับให้พร้อม

คนขับครวนอนให้พอก่อนก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 2 วันเพีื่อหลีกเลี่ยงอาการอดนอนสะสมและเกิดการหลับในในขณะขับรถ เตรียมแว่นกันแดดและแว่นสานตาให้พร้อมเมื่อต้องขับรถกลางแดดและขัยรถตอนกลางคืน ถ้ามีโรคประจำตัวอย่าลืมเตรียมยาไปด้วยและควรมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อการขับรถปลอดภัยมากขึ้น


วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อเดินทางไกล


1. ศึกษาเส้นทางก่อนเดินทางเสมอ

เพื่อที่เราสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เช่น ไม่อ้อมไกลเกินไป หรือเส้นทางที่มีที่ท่องเที่ยวที่เราแวะกลางทางได้ และเมื่อเราต้องขับรถเป็นระยะทางที่ไกลมากควรแวะพักร่างกายทุก 2 ชั่วโมงหรือทุก 250 ก.ม. เลือกขับเวลากลางวันถ้าเป็นเส้นทางที่เราไม่เคยไปมาก่อนเพราะจะขับรถปลอดภัยมากขึ้นกว่าตอนกลางคืน


2. เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถไว้ด้วย

เช่น มีน้ำเปล่าติดรถไว้ 3-5 ลิตร ติดไฟฉาย แม่แรง ยางอะไหล่ คู่มือรถยนต์ไปด้วยเผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้นเพราะรถที่ขับต่างจังหวัดมักจะขับด้วยความเร็วสูงโดยเฉพาะรถบรรทุกที่อาจเกิดเหตุการณ์เบรกแตกขึ้นได้ตามทางขึ้นลงเขา


วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อขับรถขึ้นลงเขา

เราสามารถเลือกการขับได้ตามชนิดของระบบเกียร์ที่แบ่งอกเป็น เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์กระปุก และเกียร์ออโต้ คือ


1. รถเกียร์ธรรมดา

เมื่อเราจะขับรถขึ้นภูเขาที่มีความชันมากให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ 1 เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเริ่งความเร็วแล้วรถไม่วิ่ง และในขณะที่ขับรถลงเขาให้เปลี่ยนมาใช้เกียร์ 1 และใช้แรงโน้่นถ่วงโลกแทนการเร่งเครื่องยนต์ โดยที่เหยียบเบรกเป็นครั้งๆ เมื่อความเร็วในการลงมากกว่า 70 ก.ม./ช.ม.ห้ามใช้เกียร์ N แล้วปล่อยให้รถไหลลงโดยเด็ดขาดเพราะเราจะควบคุมทิศทางของรถไม่ได้อันตรายมาก


2. รถเกียร์ออโต้

ให้เริ่มขึ้นเขาด้วยเกียร์ D ก่อนเพราะะกำลังของเครื่องยนต์จะถูกออกแบบมาให้ยังขับเคลื่อนได้อย่างปลอดภัยที่ความชันไม่มาก จนกระทั่งเราเร่งความเร็วเครื่องยนต์เพิื่อขึ้นเขาแล้วรถไม่เคลื่อนที่ให้เปลี่ยนเป็นเกียร์ S เพื่อเร่งให้รถไปได้และเมื่อในขณะลงเขาก็ให้เริ่มด้วยเกียร์ D ไว้ก่อนเช่นเดียวกันจนกระทั่งรู้สึกว่ารถเริ่มเคลื่อนที่เร็วเกินไปค่อยเปลี่ยนมาใช้เกียร์ L เพื่อให้ความเร็วลดลงแล้วค่อยๆ เหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็ว ส่วนข้อห้ามที่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือห้ามใช้เกียร์ N แล้วปล่อยรถไหลลงเขาเด็ดขาดเพราะคุณจะควบคุมทิศทางรถไม่ได้รวมถึงห้ามเหยียบเบรกแช่ตลอดทางลงเขาเพราะจะทำให้เบรกไหม้หรือถึงขึ้นพังได้เลย


วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อขับรถฝ่าหมอก

โดยเฉพาะในการขับรถเที่ยวในหน้าหนาวหรือที่ที่มีความชื้นสูงและบนภูเขาหรือระหว่างหุบเขาที่พลาดไม่ได้ คือ สายหมอกอันสายงานที่เกิดขึ้นระหว่างทางซึ่งวิธีที่เราจะขับขีอย่างปลอดภัยก็คือ


1. อย่าขับเร็ว

ไม่ว่าจะรีบไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแค่ไหนก็ตาม ควรขับรถที่ความเร็วเหมาะสมเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน เลือกช่วงความเร็วที่เรายังสามารถควบคุมรถได้ดีที่สุด


2. ปิดไฟตัดหมอก และไฟหน้ารถเพื่อให้ไฟท้ายทำงาน

อย่าลืมเปิดไฟหน้าเพื่อให้ไฟท้ายรถทำงานและไฟตัดหมอกเพื่อให้เห็นทางข้างหน้าชัดเจนขึ้นในการขับขี่


3. ยึดเส้นขอบถนนเป็นหลัก

ด้วยหมอกที่ลงจัดจะทำให้เรามีระยะมองเห็นได้น้อยมากสิ่งที่จะช่วยให้เรามองเห็นทางได้คือ การสังเกตเส้นขอบถนนด้านซ้ายเพื่อใช้เป็นหลักในการขับขี่ได้เช่นกัน


4. หลีกเลี่ยงการแซง

ถ้าเป็นไปได้อย่าแซงทางโค้งเด็ดขาดถ้าเรายังไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าอย่าเสี่ยงแซงทางโค้งเลยเพราะอาจจะชนประสานงากับรถในเลนส์ที่สวนมาได้


5. ห้ามจอดข้างทางเด็ดขาด ป้องกันรถคันหลังขันชน

ถ้ารู้สึกว่าขับรถต่อไปไหว อย่าจอดรถที่ไหล่ทาง ให้หาพื้นที่จอดที่ปลอดภัยที่ไม่ใช่ไหล่ทางเพื่อป้องกันไม่ให้รถคันหลังที่ขับตามเรามาชนท้าย

วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อฝ่าฝนตกหนัก

โดยเฉพาะขับรถไปต่างจังหวัดไกลๆ ที่เราอาจจะเจอทั้งลมที่พัดแรงจนกิ่งไม้หักหรืออาจจะมีลูกเห็บตกได้ซึ่งประกันรถชั้น 1 และ 2+ ให้ความคุ้มครอง ส่วนในกรุงเทพนั้นแค่ต้องระวังน้ำท่วมขังบนนถนนเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ดับการติดตามข่าวสารเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน


1. เปิดไฟหน้าเพื่อให้ไฟท้ายทำงาน

เมื่อฝนตกการมองเห็นของเราจะลดลง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เปิดไฟหน้ารถซะเพื่อให้ไฟท้ายทำงานและรถคันที่ขับตามเรามาจะได้มองเห็นรถเราและกะระยะห่างได้อย่างเหมาะสม


2. อย่าเปิดไฟฉุกเฉิน รถคันหลังจะเข้าใจว่ารถเสีย

ตอนฝนตกรถหลายคันเปิดไฟฉุกเฉินซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรเปิด เพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า รถเสียแทนการบอกระยะห่างของรถ แค่เปิดไฟหน้ารถก็เพียงพอแล้ว


3. เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อเราขับรถไปต่างจังหวัด การเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติจะช่วยเพิ่มระยะการเบรกของรถเราเนื่องจากถนนลื่นได้ และยังเป็นการป้องการของหล่นจากรถบรรทุกใส่กระจกหน้ารถของเราได้ด้วย


4. ลดความเร็วลงเพื่อควบคุมรถได้ดีขึ้น

นอกจากการเพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าแล้ว อย่าลืมลดความเร็วในการขับลงด้วยโดยเฉพาะเมื่อถนนลื่น เพื่อป้องกันการเบรกกระทันหัน


5. ถ้ามีน้ำท่วมสูงให้ปิดแอร์

ถ้าบางช่วงของถนนที่เราต้องขับผ่านมีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง ให้เราปิดแอร์ก่อนขับลุยน้ำไปเพื่อป้องกันไม่ให้ใบพัดแอร์ดูดน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ในขณะที่เราขับผ่านไป


วิธีขับรถปลอดภัยเมื่อลุยน้ำท่วม


1. สังเกตระดับน้ำก่อนขับลุย

ถ้าบริเวณที่เราจะไป มีน้ำท่วมอยู่ค่อนข้างสูงสังเกตดูก่อนว่ารถเราผ่านได้หรือไม่ คือ ถ้ามีความสูงประมาณครึ่งล้อรถเรายังสามารถขับผ่านไปได้ แต่ถ้าสูงกว่านั้นให้หลีกเลี่ยง เพระาถ้าระดับน้ำสูงเกินไปจะทำให้รถลอยน้ำและเราจะไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้เลย


2. ปิดแอร์ก่อน เพื่อป้องกันน้ำเข้าเครื่องยนต์

เหมือนกับการขัยรถฝ่าฝนตกหนัก ที่เราต้องปิดแอร์ก่อนเสมอเพื่อไม่ให้ใบพัดแอร์พัดน้ำเข้าเครื่องยนต์แล้วทำให้เครื่องดับได้


3. เมื่อพ้นน้ำแล้วให้เหียยบเบรกซ้ำๆ เพื่อไล่น้ำออก

เมื่อเราขับพ้นระยะที่น้ำท่วมมาแล้ว อย่าเพิ่งดับเครื่องยนต์และให้พยายามเหยียบเบรกซ้ำๆ เพื่อให้ผ้าเบรกแห้งเร็วขึ้นซักพักนึงก่อนจึงค่อยดับเครื่องยนต์ แล้วค่อยเอารถไปตากแดดจัดๆ 2-3 วันโดยเปิดประตูรถทิ้งไว้เพื่อให้น้ำระเหยออกไป


ส่วนการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุตามหลัก 5ร. ของตำรวจราจรนั้น ได้สรุปเรื่องการเลี่ยงอุบัติเหตุให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้นและอย่าลืมว่าการป้องกันอุบัติเหตุรถยต์ที่ดีที่สุดนั้นเริ่มที่ตัวเราเองก่อนเสมอ




ส่วนวิธีที่ช่วยให้เราเดินทางอุ่นใจมากขึ้น ก็หนีไม่พ้นการซื้อประกันรถยนต์ติดไว้ โดยเฉพาะประกันชั้น 1ที่ดูแลความเสียหายจากอุบัติเหตุได้ทุกอย่าง และประกันชั้น 2+ที่ดูแลใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 อยากรู้เรื่องเคล็ดลับการขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมติดตามอ่านจาก Frank.co.th ได้เลย

มองหาประกันรถยนต์อยู่ไหม?

เช็คเบี้ยเลย
#อุบัติเหตุรถยนต์#วิธีเลี่ยงอุบัติเหตุ#ขับขี่ปลอดภัย#-วิธีขับรถปลอดภัย

Waranya Thaikhiew (Merium)

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ

วิธีการชำระเงิน
ร่วมมือกับ

ติดต่อแฟ้รงค์

Frank

ประกันรถยนต์

วิธีการชำระเงิน

จ่ายผ่านบัตรเครดิต
จ่ายผ่านช่องทางอื่น
จ่ายผ่านเคาท์เตอร์
จ่ายผ่าน ATM หรือออนไลน์ แบงค์กิ้ง

ร่วมมือกับ

ออกกรมธรรม์โดย
รับรองความปลอดภัยโดย
ภายใต้การควบคุมจาก
8th Floor, Sethiwan Tower,139 Pan Rd. Silom, Bangrak 10500 Bangkok, Thailand • Frank Insurance Broker (Thailand) Co. Ltd., is trading as Frank.co.th
OIC license for non-life insurance registration number : 00017/2559 • DBD registration number 0105559056161
All Frank.co.th products are underwritten by Bangkok Insurance