เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม และการจ่ายเบี้ยเพิ่มมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

ผู้แต่ง พินวา
หมวดหมู่ เคล็ดลับรถยนต์
#เพิ่มเบี้ยประกัน #จ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม #เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ #ประกันรถยนต์

ปีนี้ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มไหม?

คลิกเช็คเบี้ยเลย

อ่านเร็วๆ

  • การเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ คือการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น เพราะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในการขับขี่ มีอัตราความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทประกันต้องพิจารณาเรียกเก็บค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเบี้ยสุทธิเดิม
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์กรณีเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี คือขับขี่ไปเกิดอุบัติเหตุแบบเป็นฝ่ายผิดและมีการเคลมมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไปต่อปี และค่าเสียหายในการซ่อมมากกว่า 200 % ของเบี้ยประกัน มีอัตราการเพิ่มเบี้ยประกันรถต่อเนื่องรายปี ปีละ 10%
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน เนื่องต้นทุนในการรับประกันสูงขึ้น หรือสาเหตุต่างๆ
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถเพราะแต่งรถมา ถ้ามีการแต่งรถเพิ่มและแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอเพิ่มความคุ้มครอง ก็จะต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันด้วย
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะซื้อความคุ้มครองเสริม ประกันรถยนต์บางแพคเกจไม่มีประกันสำหรับ ชดเชยค่าเดินทางระหว่างซ่อมรถ ประกันการโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ ชดเชยการเสื่อมมูลค่าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ชดเชยรายได้รายวันจากอุบัติเหตุ ค่าทำขวัญ ชดเชยค่าเสียหายของยาง น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งบริษัทประกันหลายแห่งมีความคุ้มครองเหล่านี้ขายแยกอยู่ ถ้าซื้อเพิ่มก็ต้องจ่ายเพิ่ม
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะหมดโปรโมชั่นจากปีที่แล้ว เวลาซื้อประกันรถยนต์ปีแรก ทุกบริษัทประกันจะมีส่วนลดแรกเข้าให้ลูกค้า 20 – 30% เสมอ แต่ในปีถัดมา ส่วนลดนี้จะหายไป ค่าเบี้ยสุทธิของประกันรถยนต์จะเริ่มต้นที่เบี้ยสุทธิเต็มจำนวน
  • เพิ่มเบี้ยประกันเพราะคะแนนจากเทเลเมติคส์ ซึ่งจะบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ของเราไว้ หากมีการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ก็จะทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์นั่นเอง

23
Shares

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะอะไร ถ้าไม่อยากเพิ่มต้องทำยังไง

ปีนี้เพื่อนๆ จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์กันไปเท่าไหร่ จำได้รึเปล่าครับ แล้วคิดว่าปีหน้าต้องจ่ายเท่าไหร่กันนะ Frank ขอบอกว่า จ่ายตามแต้มบุญครับ คนที่แต้มบุญสูงก็คือผู้ขับขี่ประวัติดีที่ ขับมาตลอดปีไม่เฉี่ยว ไม่ชน ไม่ซ่อม ไม่เคลม ปีหน้าได้ลดค่าเบี้ยแน่นอนครับ แต่ถ้าแต้มบุญน้อยต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ อาจจะเพราะเสียประวัติดีไปแล้ว เคลมเยอะ แต่งรถมา ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม หรือเกิดแจ็คพอตใช้รถที่บริษัทประกันเค้าจะเพิ่มเบี้ยประกันรถพอดี อันนี้ก็เป็นเรื่องของโชคชะตานะครับ ซึ่งการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มีได้หลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่การเคลมอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ พอคำนวณแต้มบุญของตัวเองได้ Frank จะพาไปดูว่าการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มาจากสาเหตุอะไรบ้าง และเราพอจะมีทางแก้ไขให้ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยหรือเปล่า อันนี้รู้แล้วบอกต่อด้วยนะครับ อย่าอุบไว้คนเดียวล่ะ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้หลายคนกลัวการเคลมครับ เพราะการเคลมหมายถึงการเสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่ง Frank ก็ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่จริงแค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่จริงคือถ้าเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด แม้จะเพียงครั้งเดียวก็เสียประวัติดีไปได้แล้ว ทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดี ส่วนครึ่งที่ไม่จริงคือต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถ เพราะหลักการคิดเบี้ยเพิ่มคือ

เคลมแบบเป็นฝ่ายผิด 2 ครั้งขึ้นไปในปีเดียวกัน หมายความว่าต้องเคลมครั้งที่ 3 ขึ้นไปครับ ถึงจะต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถ แต่ถ้าไม่ถึง หรือเป็นฝ่ายถูก = ไม่สร้างความเสียหายให้บริษัทประกันก็ไม่ต้องจ่าย

เคลมเกิน 200% ของเบี้ยประกัน ซึ่งจะสัมพันธ์กับข้อที่แล้วครับ คือถ้าเคลม 3 ครั้งแต่ไม่เกิน 200% ของเบี้ยที่จ่าย ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ครับ

เห็นมั้ยครับ การเพิ่มเบี้ยประกันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นะ ส่วนใครที่ใช้แต้มบุญกับส่วนนี้หมดไปแล้วก็ต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ผู้ขับขี่ประวัติไม่ดีเข้าจริงๆ แล้วล่ะครับ ซึ่งจะมีอัตราเพิ่มปีละ 10% ตามตารางนี้เลยครับ

อัตราการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ประวัติไม่ดี

แต่ถ้าปีหน้าเราขับดี ไม่มีชนไม่มีเฉี่ยวตลอดปี เราก็ได้ส่วนลดเข้ามา ก็จะจ่ายเบี้ยเท่าเดิมเลยครับ

“เสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่ง Frank ก็ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่จริงแค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่จริงคือถ้าเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด แม้จะเพียงครั้งเดียวก็เสียประวัติดีไปได้แล้ว ทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดี ส่วนครึ่งที่ไม่จริงคือต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถ ”

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน

สำหรับการเพิ่มเบี้ยประกันลักษณะนี้เหมือนถูกหวยแหละครับ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ก็เกิดขึ้นได้ เช่นเมื่อปี 59 รถเล็กหรืออีโค่ค่าร์โดนไปแล้วเรียบร้อย ตามข่าวนี้เลยครับ เพราะคนใช้เยอะ และซ่อมบ่อย ประกอบกับอะไหล่แพงขึ้นทุกปี ทำให้บริษัทประกันรถยนต์มีต้นทุนในการรับประกันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ถ้ามีอัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้น หรือมีประกาศเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เช่นภาษีการใช้รถ อัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้น บริษัทประกันก็อาจจะปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ขึ้นมาได้เหมือนกัน ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถนั่นเองครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะแต่งรถเพิ่ม

ที่จริงแล้ว ประกันรถยนต์จะคิดรวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งไว้ในเบี้ยประกันตั้งแต่แรกแล้วครับ มูลค่าของอุปกรณ์ตกแต่งจะอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อการซ่อมแต่ละครั้งต่อปี สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกมาจากโรงงาน แต่สำหรับรถที่ไปแต่งเพิ่มมาหลังจากนั้น ถ้าไม่แจ้งบริษัทประกัน ประกันก็จะไม่รับรู้ด้วยครับ ต่อให้แต่งมาแปดแสนแต่ไม่บอก ถ้าพังขึ้นมาประกันก็จะจ่ายแค่ 20,000 บาท ถ้าอยากได้ความคุ้มครองเพิ่มก็ต้องแจ้งบริษัทประกันซึ่งจะคำนวณเบี้ยประกันสำหรับรถแต่ง และอุปกรณ์ เป็นมูลค่าทุนประกันใหม่ ซึ่งค่าเบี้ยที่คิดคำนวณใหม่นี้เองจะเป็นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถต้องจ่ายเพิ่มครับ ซึ่งส่วนนี้ Frank แนะนำว่าทำเพิ่มเถอะครับ สำหรับคนที่แต่งรถมาแพงๆ ถ้ารถเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสียครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะซื้อความคุ้มครองเสริม

ประกันชั้น 1 เป็นประกันครอบจักรวาล ได้ยินคำนี้กันบ่อยใช่มั้ยล่ะ Frank ก็ได้ยินบ่อยครับ และบอกด้วยว่าไม่จริงครับ ทุกประกันมีข้อยกเว้นของตัวเองอยู่ ประกันชั้น 1 คือเป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด แต่ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างครับ บางอย่างเช่นค่า Excess ก็ต้องจ่ายนะครับ บางบริษัทก็ไม่ได้มีประกันสำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในรถสูญหาย ค่าชดเชยรายได้ ค่าชดเชยการเดินทาง และยิ่งเป็นประกันชั้นรองลงมา ยิ่งไม่มีให้ครับ แต่บริษัทประกันรถยนต์มักมีบริการความคุ้มครองเสริมอยู่ด้วยครับ อ่านแล้วคุณอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่า ไม่ครอบคลุมแล้วมีทำไม คำตอบคือ มีให้ซื้อเพิ่มครับ เพราะเป็นประกันที่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ถ้ามีในแพคเกจตายตัวก็จะเป็นการเสียเปล่าสำหรับผู้เอาประกันเอง ความคุ้มครองเสริมจึงมีไว้เผื่อใครที่คิดว่าต้องใช้ค่อยซื้อครับ ซึ่งการซื้อความคุ้มครองเพิ่ม ก็จะมาพร้อมการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ครับ

ความคุ้มครองเสริมที่นิยมซื้อกันก็เช่น ชดเชยค่าเดินทางระหว่างซ่อมรถ ประกันการโจรกรรมทรัพย์สินส่วนบุคคลที่อยู่ภายในรถ ชดเชยการเสื่อมมูลค่าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ชดเชยรายได้รายวันจากอุบัติเหตุ ชดเชยปลอบขวัญเนื่องจากอุบัติเหตุ ชดเชยค่าเสียหายของยาง น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งความคุ้มครองหลักไม่มีให้ครับ ประกันแต่ละบริษัทก็จะมีความคุ้มครองเสริมไม่เหมือนกัน ราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันก็ไม่เท่ากันด้วยครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเปลี่ยนโปรโมชั่น

ในปีแรกที่เราซื้อประกันรถยนต์ เราจะได้รับแพคเกจแรกเข้าจากบริษัทประกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะลดค่าเบี้ยสุทธิให้ทันทีในอัตรา 20 – 30% แล้วแต่นโยบายของบริษัทนั้นๆ บวกกับส่วนลดอื่นๆ เช่น ส่วนลดจากการติดกล้องติดรถยนต์ ส่วนลดจากการระบุผู้ขับขี่ ฯลฯ นี่ยังไม่รวมมูลค่าของแถมซึ่งเป็นโปรโมชั่นพิเศษอีกนะครับ เบี้ยปีแรกจะถือว่าราคาถูกกว่าความเป็นจริงมากเลยล่ะ ซึ่งในปีต่อไปนอกจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ Frank ขอเรียกขำๆ ในบทความนี้ว่าแต้มบุญแล้ว ถ้าไม่ได้ค่าส่วนลดประวัติดี เบี้ยสุทธิจะเด้งกลับมาในอัตราก่อนลดครับ ดังนั้นส่วนนี้เองที่จะกลายเป็นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ได้ แต่ให้เด้งกลับยังไง ก็จะไม่มีทางเกินเบี้ยสุทธินะครับ

หลายคนอาจจะเกิดสงสัยขึ้นมาว่าแล้วแบบนี้ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เยอะหรือเปล่า Frank ตอบเลยว่าไม่ครับ เบี้ยประกันจะคำนวณจากทุนประกัน ซึ่งลดลงทุกปีตามราคากลางรถยนต์อีกทีครับ เฉลี่ยแล้วจะลดลงปีละ 10% ดังนั้นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เกินกว่าเบี้ยสุทธิจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยล่ะครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะผลจากพฤติกรรมการขับขี่ในเทเลเมติคส์

เทเลเมติคส์คือกล่องเล็กๆ ที่ติดไว้กับรถเพื่อเก็บคะแนนการขับขี่ของเราตีเป็นแต้มในการคิดคำนวณเบี้ยประกันในปีต่อไปครับ ยิ่งขับดี ขับปลอดภัย คะแนนที่บันทึกไว้จะยิ่งสูง และเมื่อเป็นผู้ขับที่ขับปลอดภัย ก็จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะน้อย นี่คือเครื่องมือเก็บแต้มบุญของจริงเลยล่ะครับ แต่สำหรับใครที่ขับไม่ดี เหยียบเบรกถี่ ออกตัวแรง ชน แต้มบุญก็จะน้อยตามไปด้วยครับ นั่นทำให้ในปีต่อไปเบี้ยประกันจะแพงขึ้น ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มากขึ้นครับ

เทเลเมติคส์ใช้กันแล้วในหลายประเทศ เช่น อเมริกา อินเดีย ฯลฯ สามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้จริงครับ สำหรับในไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก แต่บริษัทประกันภัยชั้นนำอย่างกรุงเทพประกันภัยก็นำเข้ามาให้ใช้บริการแล้วนะครับ

Frank ว่า การเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ มันมีทั้งปัจจัยที่เราควบคุมได้ และปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ด้วยนะครับ ดังนั้นอยากให้คุณๆ เลือกระวังและสะสมแต้มบุญในส่วนที่เราควบคุมได้คือการขับขี่ให้ปลอดภัยเอาไว้นะครับ และถ้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีเบี้ยเพิ่มหรือยัง หรือปีหน้าน่าจะต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เท่าไหร่ หรือมีทางไหนที่จะทำให้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มลองปรึกษา Frank ดูได้เลยครับ


ลองเช็คเบี้ยเพื่อหาความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณกัน

เช็คเบี้ยเลย

เคล็ดลับไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

ขับให้ดีในปีต่อไป ถ้าในปีนี้ โดนเพิ่มเบี้ยประวัติไม่ดีไป 10% แล้วในปีต่อไป ขับโดยไม่ชน ไม่เป็นฝ่ายผิดและไม่เคลมเลย จะได้ส่วนลดประวัติดีเข้ามา ช่วยให้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถ แถมยังได้ลดอีก 20%

เปลี่ยนชั้นประกันรถยนต์ ถ้าขับไปแล้วมีการเคลมตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป และเจ้าของรถผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ในปีถัดไป บริษัทประกันมักเสนอให้ลดความคุ้มครองลง เพื่อให้ราคาเบี้ยประกันถูกลง จะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ หรือจะเปลี่ยนประกันก็ทำได้เหมือนกันนะ

หาส่วนลดมาทดแทน ประวัติการขับขี่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ แต่ค่าเพิ่มเบี้ยประกันนั้นเราสามารถลดมันลงได้ด้วยวิธีต่างๆ ในการซื้อประกันรถยนต์ เช่น ระบุผู้ขับขี่ ติดกล้องติดรถยนต์ ฯลฯ

เปลี่ยนจากซ่อมห้างเป็นซ่อมอู่ ปกติในการทำประกันรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมศูนย์ หรือที่มักจะเรียกกันว่า ซ่อมห้างนั้นจะมีอัตราค่าเบี้ยที่สูงกว่าซ่อมเองกับอู่ เพราะจะมีค่าบริการและอะไหล่ที่เชื่อถือได้มากกว่า แต่ถ้ามีอู่ในดวงใจที่ฝีมือเชื่อถือได้ และมั่นใจที่จะใช้บริการ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกซ่อมห้าง และจะได้ลดค่าเบี้ยประกันไปอีก ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันราคาแพงขึ้นในปีต่อไป

ถอนเคลมซ่อมเองไม่เพิ่มเบี้ยประกันรถ ถ้าเป็นความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อมเองไม่แพงมาก ไม่คุ้มที่จะเคลมประกันให้เกิดประวัติไม่ดี ผู้เอาประกันสามารถถอนการเคลมเพื่อซ่อมเองได้ ซึ่งเมื่อถอนเคลม การเคลมครั้งนั้นจะไม่ถูกบันทึกไว้ ทำให้ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ในปีต่อไป


 
#CarInsurance #Telematics #Expats #BKI

เกี่ยวกับ พินวา

Content Writer ผู้รักการเขียน ชอบแมว และการท่องเที่ยว สนใจการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และเชื่อมั่นว่าจะแบ่งปันเรื่องที่พบทั้งประกันรถยนต์ การท่องเที่ยว หรือสิ่งต่างๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย

วิธีการชำระเงิน
ร่วมมือกับ

ติดต่อแฟ้รงค์

Frank

ประกันรถยนต์

วิธีการชำระเงิน

จ่ายผ่านบัตรเครดิต
จ่ายผ่านช่องทางอื่น
จ่ายผ่านเคาท์เตอร์
จ่ายผ่าน ATM หรือออนไลน์ แบงค์กิ้ง

ร่วมมือกับ

ออกกรมธรรม์โดย
รับรองความปลอดภัยโดย
ภายใต้การควบคุมจาก
8th Floor, Sethiwan Tower,139 Pan Rd. Silom, Bangrak 10500 Bangkok, Thailand • Frank Insurance Broker (Thailand) Co. Ltd., is trading as Frank.co.th
OIC license for non-life insurance registration number : 00017/2559 • DBD registration number 0105559056161
All Frank.co.th products are underwritten by Bangkok Insurance