เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม และการจ่ายเบี้ยเพิ่มมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

ผู้แต่ง พินวา
หมวดหมู่ เคล็ดลับรถยนต์
#เพิ่มเบี้ยประกัน #จ่ายเบี้ยประกันเพิ่ม #เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ #ประกันรถยนต์

ปีนี้ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มไหม?

คลิกเช็คเบี้ยเลย

อ่านเร็วๆ

  • การเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ คือการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น เพราะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในการขับขี่ มีอัตราความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทประกันต้องพิจารณาเรียกเก็บค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเบี้ยสุทธิเดิม
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์กรณีเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี คือขับขี่ไปเกิดอุบัติเหตุแบบเป็นฝ่ายผิดและมีการเคลมมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไปต่อปี และค่าเสียหายในการซ่อมมากกว่า 200 % ของเบี้ยประกัน มีอัตราการเพิ่มเบี้ยประกันรถต่อเนื่องรายปี ปีละ 10%
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน เนื่องต้นทุนในการรับประกันสูงขึ้น หรือสาเหตุต่างๆ
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถเพราะแต่งรถมา ถ้ามีการแต่งรถเพิ่มและแจ้งบริษัทประกันเพื่อขอเพิ่มความคุ้มครอง ก็จะต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันด้วย
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะซื้อความคุ้มครองเสริม ประกันรถยนต์บางแพคเกจไม่มีประกันสำหรับ ชดเชยค่าเดินทางระหว่างซ่อมรถ ประกันการโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถ ชดเชยการเสื่อมมูลค่าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ชดเชยรายได้รายวันจากอุบัติเหตุ ค่าทำขวัญ ชดเชยค่าเสียหายของยาง น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งบริษัทประกันหลายแห่งมีความคุ้มครองเหล่านี้ขายแยกอยู่ ถ้าซื้อเพิ่มก็ต้องจ่ายเพิ่ม
  • เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะหมดโปรโมชั่นจากปีที่แล้ว เวลา ซื้อประกันรถยนต์ปีแรก ทุกบริษัทประกันจะมีส่วนลดแรกเข้าให้ลูกค้า 20 – 30% เสมอ แต่ในปีถัดมา ส่วนลดนี้จะหายไป ค่าเบี้ยสุทธิของประกันรถยนต์จะเริ่มต้นที่เบี้ยสุทธิเต็มจำนวน
  • เพิ่มเบี้ยประกันเพราะคะแนนจากเทเลเมติคส์ ซึ่งจะบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ของเราไว้ หากมีการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ก็จะทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์นั่นเอง
  • การเปลี่ยนประกันรถในปีต่อมา คือการแก้ปัญหาการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ที่หลายคนนิยมทำกัน ข้อดีคือได้ส่วนลดแรกเข้า ทำให้ค่าเบี้ยที่ซื้อกับบริษัทใหม่ถูกกว่าเจ้าเดิมแน่นอน แต่ข้อเสียก็มีเช่นกัน

23
Shares

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะอะไร ถ้าไม่อยากเพิ่มต้องทำยังไง

ปีนี้เพื่อนๆ จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์กันไปเท่าไหร่ จำได้รึเปล่าครับ แล้วคิดว่าปีหน้าต้องจ่ายเท่าไหร่กันนะ Frank ขอบอกว่า จ่ายตามแต้มบุญครับ คนที่แต้มบุญสูงก็คือผู้ขับขี่ประวัติดีที่ ขับมาตลอดปีไม่เฉี่ยว ไม่ชน ไม่ซ่อม ไม่เคลม ปีหน้าได้ลดค่าเบี้ยแน่นอนครับ แต่ถ้าแต้มบุญน้อยต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ อาจจะเพราะเสียประวัติดีไปแล้ว เคลมเยอะ แต่งรถมา ซื้อความคุ้มครองเพิ่ม หรือเกิดแจ็คพอตใช้รถที่บริษัทประกันเค้าจะเพิ่มเบี้ยประกันรถพอดี อันนี้ก็เป็นเรื่องของโชคชะตานะครับ ซึ่งการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มีได้หลายสาเหตุ ไม่ใช่แค่การเคลมอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ พอคำนวณแต้มบุญของตัวเองได้ Frank จะพาไปดูว่าการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มาจากสาเหตุอะไรบ้าง และเราพอจะมีทางแก้ไขให้ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยหรือเปล่า อันนี้รู้แล้วบอกต่อด้วยนะครับ อย่าอุบไว้คนเดียวล่ะ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้หลายคนกลัวการเคลมครับ เพราะการเคลมหมายถึงการเสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่ง Frank ก็ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่จริงแค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่จริงคือถ้าเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด แม้จะเพียงครั้งเดียวก็เสียประวัติดีไปได้แล้ว ทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดี ส่วนครึ่งที่ไม่จริงคือต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถ เพราะหลักการคิดเบี้ยเพิ่มคือ

เคลมแบบเป็นฝ่ายผิด 2 ครั้งขึ้นไปในปีเดียวกัน หมายความว่าต้องเคลมครั้งที่ 3 ขึ้นไปครับ ถึงจะต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถ แต่ถ้าไม่ถึง หรือเป็นฝ่ายถูก = ไม่สร้างความเสียหายให้บริษัทประกันก็ไม่ต้องจ่าย

เคลมเกิน 200% ของเบี้ยประกัน ซึ่งจะสัมพันธ์กับข้อที่แล้วครับ คือถ้าเคลม 3 ครั้งแต่ไม่เกิน 200% ของเบี้ยที่จ่าย ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ครับ

เห็นมั้ยครับ การเพิ่มเบี้ยประกันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นะ ส่วนใครที่ใช้แต้มบุญกับส่วนนี้หมดไปแล้วก็ต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ผู้ขับขี่ประวัติไม่ดีเข้าจริงๆ แล้วล่ะครับ ซึ่งจะมีอัตราเพิ่มปีละ 10% ตามตารางนี้เลยครับ

อัตราการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ประวัติไม่ดี

แต่ถ้าปีหน้าเราขับดี ไม่มีชนไม่มีเฉี่ยวตลอดปี เราก็ได้ส่วนลดเข้ามา ก็จะจ่ายเบี้ยเท่าเดิมเลยครับ

“เสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่ง Frank ก็ยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่จริงแค่ครึ่งเดียว ครึ่งที่จริงคือถ้าเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด แม้จะเพียงครั้งเดียวก็เสียประวัติดีไปได้แล้ว ทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดี ส่วนครึ่งที่ไม่จริงคือต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถ ”

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน

สำหรับการเพิ่มเบี้ยประกันลักษณะนี้เหมือนถูกหวยแหละครับ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ก็เกิดขึ้นได้ เช่นเมื่อปี 59 รถเล็กหรืออีโค่ค่าร์โดนไปแล้วเรียบร้อย ตามข่าวนี้เลยครับ เพราะคนใช้เยอะ และซ่อมบ่อย ประกอบกับอะไหล่แพงขึ้นทุกปี ทำให้บริษัทประกันรถยนต์มีต้นทุนในการรับประกันที่สูงขึ้น นอกจากนี้ถ้ามีอัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้น หรือมีประกาศเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เช่นภาษีการใช้รถ อัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้น บริษัทประกันก็อาจจะปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ขึ้นมาได้เหมือนกัน ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถนั่นเองครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะแต่งรถเพิ่ม

ที่จริงแล้ว ประกันรถยนต์จะคิดรวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งไว้ในเบี้ยประกันตั้งแต่แรกแล้วครับ มูลค่าของอุปกรณ์ตกแต่งจะอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อการซ่อมแต่ละครั้งต่อปี สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกมาจากโรงงาน แต่สำหรับรถที่ไปแต่งเพิ่มมาหลังจากนั้น ถ้าไม่แจ้งบริษัทประกัน ประกันก็จะไม่รับรู้ด้วยครับ ต่อให้แต่งมาแปดแสนแต่ไม่บอก ถ้าพังขึ้นมาประกันก็จะจ่ายแค่ 20,000 บาท ถ้าอยากได้ความคุ้มครองเพิ่มก็ต้องแจ้งบริษัทประกันซึ่งจะคำนวณเบี้ยประกันสำหรับรถแต่ง และอุปกรณ์ เป็นมูลค่าทุนประกันใหม่ ซึ่งค่าเบี้ยที่คิดคำนวณใหม่นี้เองจะเป็นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ที่เจ้าของรถต้องจ่ายเพิ่มครับ ซึ่งส่วนนี้ Frank แนะนำว่าทำเพิ่มเถอะครับ สำหรับคนที่แต่งรถมาแพงๆ ถ้ารถเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสียครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะซื้อความคุ้มครองเสริม

ประกันชั้น 1 เป็นประกันครอบจักรวาล ได้ยินคำนี้กันบ่อยใช่มั้ยล่ะ Frank ก็ได้ยินบ่อยครับ และบอกด้วยว่าไม่จริงครับ ทุกประกันมีข้อยกเว้นของตัวเองอยู่ ประกันชั้น 1 คือเป็นประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด แต่ไม่ได้คุ้มครองทุกอย่างครับ บางอย่างเช่นค่า Excess ก็ต้องจ่ายนะครับ บางบริษัทก็ไม่ได้มีประกันสำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในรถสูญหาย ค่าชดเชยรายได้ ค่าชดเชยการเดินทาง และยิ่งเป็นประกันชั้นรองลงมา ยิ่งไม่มีให้ครับ แต่บริษัทประกันรถยนต์มักมีบริการความคุ้มครองเสริมอยู่ด้วยครับ อ่านแล้วคุณอาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่า ไม่ครอบคลุมแล้วมีทำไม คำตอบคือ มีให้ซื้อเพิ่มครับ เพราะเป็นประกันที่ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน ถ้ามีในแพคเกจตายตัวก็จะเป็นการเสียเปล่าสำหรับผู้เอาประกันเอง ความคุ้มครองเสริมจึงมีไว้เผื่อใครที่คิดว่าต้องใช้ค่อยซื้อครับ ซึ่งการซื้อความคุ้มครองเพิ่ม ก็จะมาพร้อมการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ครับ

ความคุ้มครองเสริมที่นิยมซื้อกันก็เช่น ชดเชยค่าเดินทางระหว่างซ่อมรถ ประกันการโจรกรรมทรัพย์สินส่วนบุคคลที่อยู่ภายในรถ ชดเชยการเสื่อมมูลค่าของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ชดเชยรายได้รายวันจากอุบัติเหตุ ชดเชยปลอบขวัญเนื่องจากอุบัติเหตุ ชดเชยค่าเสียหายของยาง น้ำมันเครื่อง น้ำมันหล่อลื่น ซึ่งความคุ้มครองหลักไม่มีให้ครับ ประกันแต่ละบริษัทก็จะมีความคุ้มครองเสริมไม่เหมือนกัน ราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันก็ไม่เท่ากันด้วยครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเปลี่ยนโปรโมชั่น

ในปีแรกที่เราซื้อประกันรถยนต์ เราจะได้รับแพคเกจแรกเข้าจากบริษัทประกันครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะลดค่าเบี้ยสุทธิให้ทันทีในอัตรา 20 – 30% แล้วแต่นโยบายของบริษัทนั้นๆ บวกกับส่วนลดอื่นๆ เช่น ส่วนลดจากการติดกล้องติดรถยนต์ ส่วนลดจากการระบุผู้ขับขี่ ฯลฯ นี่ยังไม่รวมมูลค่าของแถมซึ่งเป็นโปรโมชั่นพิเศษอีกนะครับ เบี้ยปีแรกจะถือว่าราคาถูกกว่าความเป็นจริงมากเลยล่ะ ซึ่งในปีต่อไปนอกจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ Frank ขอเรียกขำๆ ในบทความนี้ว่าแต้มบุญแล้ว ถ้าไม่ได้ค่าส่วนลดประวัติดี เบี้ยสุทธิจะเด้งกลับมาในอัตราก่อนลดครับ ดังนั้นส่วนนี้เองที่จะกลายเป็นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ได้ แต่ให้เด้งกลับยังไง ก็จะไม่มีทางเกินเบี้ยสุทธินะครับ

หลายคนอาจจะเกิดสงสัยขึ้นมาว่าแล้วแบบนี้ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เยอะหรือเปล่า Frank ตอบเลยว่าไม่ครับ เบี้ยประกันจะคำนวณจากทุนประกัน ซึ่งลดลงทุกปีตามราคากลางรถยนต์อีกทีครับ เฉลี่ยแล้วจะลดลงปีละ 10% ดังนั้นการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เกินกว่าเบี้ยสุทธิจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยล่ะครับ

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะผลจากพฤติกรรมการขับขี่ในเทเลเมติคส์

เทเลเมติคส์คือกล่องเล็กๆ ที่ติดไว้กับรถเพื่อเก็บคะแนนการขับขี่ของเราตีเป็นแต้มในการคิดคำนวณเบี้ยประกันในปีต่อไปครับ ยิ่งขับดี ขับปลอดภัย คะแนนที่บันทึกไว้จะยิ่งสูง และเมื่อเป็นผู้ขับที่ขับปลอดภัย ก็จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เบี้ยที่ต้องจ่ายก็จะน้อย นี่คือเครื่องมือเก็บแต้มบุญของจริงเลยล่ะครับ แต่สำหรับใครที่ขับไม่ดี เหยียบเบรกถี่ ออกตัวแรง ชน แต้มบุญก็จะน้อยตามไปด้วยครับ นั่นทำให้ในปีต่อไปเบี้ยประกันจะแพงขึ้น ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์มากขึ้นครับ

เทเลเมติคส์ใช้กันแล้วในหลายประเทศ เช่น อเมริกา อินเดีย ฯลฯ สามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้จริงครับ สำหรับในไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก แต่บริษัทประกันภัยชั้นนำอย่างกรุงเทพประกันภัยก็นำเข้ามาให้ใช้บริการแล้วนะครับ

Frank ว่า การเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ มันมีทั้งปัจจัยที่เราควบคุมได้ และปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ด้วยนะครับ ดังนั้นอยากให้คุณๆ เลือกระวังและสะสมแต้มบุญในส่วนที่เราควบคุมได้คือการขับขี่ให้ปลอดภัยเอาไว้นะครับ และถ้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้มีเบี้ยเพิ่มหรือยัง หรือปีหน้าน่าจะต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เท่าไหร่ หรือมีทางไหนที่จะทำให้ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเพิ่มลองปรึกษา Frank ดูได้เลยครับ


ลองเช็คเบี้ยเพื่อหาความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณกัน

เช็คเบี้ยเลย

เคล็ดลับไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

ขับให้ดีในปีต่อไป ถ้าในปีนี้ โดนเพิ่มเบี้ยประวัติไม่ดีไป 10% แล้วในปีต่อไป ขับโดยไม่ชน ไม่เป็นฝ่ายผิดและไม่เคลมเลย จะได้ส่วนลดประวัติดีเข้ามา ช่วยให้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถ แถมยังได้ลดอีก 20%

เปลี่ยนชั้นประกันรถยนต์ ถ้าขับไปแล้วมีการเคลมตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป และเจ้าของรถผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ในปีถัดไป บริษัทประกันมักเสนอให้ลดความคุ้มครองลง เพื่อให้ราคาเบี้ยประกันถูกลง จะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ หรือจะเปลี่ยนประกันก็ทำได้เหมือนกันนะ

หาส่วนลดมาทดแทน ประวัติการขับขี่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแก้ไขให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ แต่ค่าเพิ่มเบี้ยประกันนั้นเราสามารถลดมันลงได้ด้วยวิธีต่างๆ ในการซื้อประกันรถยนต์ เช่น ระบุผู้ขับขี่ ติดกล้องติดรถยนต์ ฯลฯ

เปลี่ยนจากซ่อมห้างเป็นซ่อมอู่ ปกติในการทำประกันรถยนต์ ค่าใช้จ่ายในการซ่อมศูนย์ หรือที่มักจะเรียกกันว่า ซ่อมห้างนั้นจะมีอัตราค่าเบี้ยที่สูงกว่าซ่อมเองกับอู่ เพราะจะมีค่าบริการและอะไหล่ที่เชื่อถือได้มากกว่า แต่ถ้ามีอู่ในดวงใจที่ฝีมือเชื่อถือได้ และมั่นใจที่จะใช้บริการ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกซ่อมห้าง และจะได้ลดค่าเบี้ยประกันไปอีก ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันราคาแพงขึ้นในปีต่อไป

ถอนเคลมซ่อมเองไม่เพิ่มเบี้ยประกันรถ ถ้าเป็นความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อมเองไม่แพงมาก ไม่คุ้มที่จะเคลมประกันให้เกิดประวัติไม่ดี ผู้เอาประกันสามารถถอนการเคลมเพื่อซ่อมเองได้ ซึ่งเมื่อถอนเคลม การเคลมครั้งนั้นจะไม่ถูกบันทึกไว้ ทำให้ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ในปีต่อไป


ถ้าต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เปลี่ยนบริษัทประกันดีไหม

Frank เคยพูดถึงการเปลี่ยนประกันรถก่อนหมดปี ไปแล้วครั้งหนึ่งครับ เป็นในแง่ของการเปลี่ยนประกันรถยนต์ระหว่างปี ซึ่งจะต่างจากกรณีนี้คือ คนมักรอให้ประกันหมดอายุก่อนถึงจะย้ายหนีเพื่อให้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมในปีต่อไป ซึ่งถ้าเคลมมาแล้วอยากเปลี่ยนประกันรถยนต์ ก็ไม่ยากเลยครับ Frak สามารถให้คำแนะนำแบบละเอียดได้เลย ซึ่งข้อดีของการเปลี่ยนประกันรถยนต์มาใช้ Frank นอกจากไม่ต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันแล้ว ยังมีอีกหลายอยางเลยล่ะครับ

ไม่จ่ายค่าเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ได้จริงหรือ จริงแน่นอนครับ เพราะพอเปลี่ยนบริษัทประกันข้อมูลการเคลมจากบริษัทเก่าจะไม่ได้ถูกส่งต่อให้กับบริษัทใหม่ ซึ่งหลายๆ คนก็จะออกอาการลังเลว่า เอ๊ะ! แล้วบริษัทประกันแห่งใหม่ที่เราจะไปเนี่ยจะรู้มั้ยนะว่าเราเคยเคลมมาก่อน(คนมีแผลครับ ก็กลัวเป็นธรรมดา) บอกได้เลยว่าไม่ทราบครับ เพราะข้อมูลการขับขี่เหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกมองว่าเป็นข้อมูลส่วนของลูกค้า และเป็นความลับของบริษัทประกัน จึงไม่มีการแชร์ข้อมูลกลางร่วมกันครับ ดังนั้นมา Frank ได้เลยนะครับ

เปลี่ยนประกันแล้วไม่ได้ประกันชั้น 1 อันนี้เรื่องจริงครับ ถ้าอายุรถเกินหรือไม่ตรงตามเงื่อนไขที่บริษัทประกันตั้งไว้ ส่วนใหญ่บริษัทประกันจะเสนอประกันชั้น 2+ ให้แทน ซึ่งก็ให้ความคุ้มครองเทียบเท่ากับชั้น 1 ดังนั้นไม่ต้องกังวลครับ

ย้ายแล้วได้ส่วนลดแรกเข้าและโปรโมชั่นน่าสนใจ แน่นอนครับว่า ทุกบริษัทประกันรถยนต์จะมีส่วนลดแรกเข้าให้กับลูกค้า 20 - 30% กันเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกเยอะเลย เช่นถ้าเปลี่ยนมาใช้กรุงเทพประกันภัย โดยซื้อผ่าน Frank มีค่าเดินทางระหว่างซ่อมให้ 2,000 บาท กรณีเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 นะครับ

ถ้ากำลังคิดจะเปลี่ยนบริษัทประกันเพื่อให้ไม่ต้องเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ แต่ยังลังเลและกังวลหลายๆ อย่างลองมาปรึกษา Frank ดูก่อนได้เลยนะครับ Frank เต็มใจให้บริการเพื่อให้คุณได้รับความสะดวก รวกเร็ว และที่สำคัย Frank จริงใจกับคุณสุดๆ ครับ


 
#CarInsurance #Telematics #Expats #BKI

เกี่ยวกับ พินวา

Content Writer ผู้รักการเขียน ชอบแมว และการท่องเที่ยว สนใจการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ และเชื่อมั่นว่าจะแบ่งปันเรื่องที่พบทั้งประกันรถยนต์ การท่องเที่ยว หรือสิ่งต่างๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย

วิธีการชำระเงิน
ร่วมมือกับ

00017/2559

ติดต่อแฟ้รงค์

Frank

ประกันรถยนต์

เดินทาง

วิธีการชำระเงิน

จ่ายผ่านบัตรเครดิต
จ่ายผ่านช่องทางอื่น
จ่ายผ่านเคาท์เตอร์
จ่ายผ่าน ATM หรือออนไลน์ แบงค์กิ้ง

ร่วมมือกับ

ออกกรมธรรม์โดย
รับรองความปลอดภัยโดย
ภายใต้การควบคุมจาก
8th Floor, Sethiwan Tower,139 Pan Rd. Silom, Bangrak 10500 Bangkok, Thailand • Frank Insurance Broker (Thailand) Co. Ltd., is trading as Frank.co.th
OIC license for non-life insurance registration number : 00017/2559 • DBD registration number 0105559056161
All Frank.co.th products are underwritten by Bangkok Insurance