ทำความเข้าใจ “ประกันรถยนต์” ง่ายๆ

ทำความเข้าใจ “ประกันรถยนต์” ง่ายๆ

อ่านเร็วๆ

  • พ.ร.บ.คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งกฎหมายบังคับให้ซื้อ เพื่อดูแลค่ารักษาพยาบาลทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือประกันที่ซื้อเพิ่ม เพื่อเพิ่มความคุ้มครองในการขับขี่
  • พรบ. ดูแลค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยของคนที่ประสบอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจดูแลความเสียหายต่อทรัพย์สิน
  • Deductible คือค่าเสียหายส่วนแรกที่เรายินดีจะจ่ายเมื่อเราเป็นฝ่ายผิดเพื่อแลกกับส่วนลดเบี้ยประกัน
  • Excess คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องจ่ายในกรณีที่ทำประกันชั้น 1 แล้วเกิดความเสียหายแบบไม่มีคู่กรณี

 

เคยทราบไหมครับว่าทำไมเราต้องต่อประกันรถยนต์ทุกปี และเมื่อไหร่ที่เราสามารถเลือกประกันชั้นอื่นๆ ที่นอกจากประกันชั้น 1 ได้ แล้วประกันรถยนต์มีชั้นไหนบ้างล่ะ มาดูกันเลยครับ Frank เป็นผู้รู้ด้านประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ยินดีแบ่งปันความรู้อยู่แล้วครับ

 

เข้าใจประกันรถยนต์ภาคสมัครใจกับภาคบังคับ คือ?

ประกันรถยนต์มี 2 ประเภทคือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

ประกันรถยนต์ภาคบังคับ คือ พ.ร.บ. ที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลคนที่เกิดอุบัติเหตุจากรถของเรานั่นเองครับ ทำให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วคนเจ็บจะได้รับการรักษาแน่นอน และเป็นส่วนที่เราต้องแสดงเอกสารเมื่อเวลาไปต่อทะเบียนรถด้วยนะครับ ฟังแล้วยังงัยก็ต้องทำแน่เพราะได้ถูกกฎหมายบังคับให้เราทำ

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันสารพัดชั้นที่เราต่ออายุกันทุกๆ ปีนี่ล่ะครับ เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ต้องซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาใช้ได้เป็นปกติและนอกจากการรักษาคนเจ็บที่เกิดอุบัติเหตุจากรถของเราแล้ว ตัวเราเองและคนที่โดยสารมากับเราในรถที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นนั้นก็จะได้รับการดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยไงล่ะครับ จึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องต่อประกันรถกันทุกปี

 

ประกันรถยนต์ภาคบังคับและสมัครใจ

ประกันแต่ละชั้นล่ะ ครอบคลุมอะไรบ้าง?

เรื่องความคุ้มครองของประกันรถยนต์แต่ละชั้นนั้น Frank ขอสรุปง่ายๆ ตามที่ได้ยินกันนะครับว่า

ประกันชั้น 1 นั้นดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมดของสาเหตุ เลือกมีค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้ ส่วนการเคลมแห้งนั้นถ้าไม่มีคู่กรณีก็จะเสียเงินค่าความเสียหายส่วนแรก (Excess) กันด้วยนะครับ เพราะงั้นถ้าเรารู้วิธีการแจ้งเคลมก็สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ครับ

ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มครองความเสียหายเกือบทุกสาเหตุ ยกเว้น การเกิดอุบัติเหตุจากรถชนสิ่งอื่นๆ ที่ต่างไปจากประกันชั้น 1 ครับ เลือกมีค่าความเสียหายส่วนแรก (Deductible) เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยได้เหมือนกันครับ

ประกันชั้น 3+ ก็คุ้มครองทั้งการซ่อมแซมรถของเราและคู่กรณีเมื่อเป็นอุบัติเหตุการชนของรถกับรถเท่านั้นครับ อย่างว่าล่ะครับความคุ้มครองตามราคานี่ครับ ดังนั้นเลือกให้เหมาะที่สุดจากประสบการณ์การขับรถของเรานะครับ สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่องประกันรถยนต์แบบไหนที่เหมาะกับคุณได้เลยครับ

ประกันชั้น 3 ความคุ้มครองที่ย่อมเยาว์ที่สุดครับ คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุการชนระหว่างรถชนรถและซ่อมให้เฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้น ที่เหลือต้องดูแลตัวเองเอาครับ

 

ค่าความเสียหายส่วนแรกคือ?

คำทับศัพท์ที่เราได้ยินกันทั้ง Excess และ Deductible ล้วนหมายถึงค่าความเสียหายส่วนแรกด้วยกันทั้งคู่ แล้วสองคำนี้ต่างกันอย่างไรล่ะ มาที่คำแรกก่อนเลยครับ

Excess ก็คือ ค่ายอมรับความเสียหายที่เกิดจากการแจ้งเคลมต่อแผลที่ไม่มีคู่กรณี (เกิดเหตุโดยประมาท) เช่น เราขับรถไปครูดฟุตบาทมาแล้วเราโทรแจ้งเคลมประกันรถยนต์ เจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งว่ามีค่า Excess ด้วยนะครับ ค่าความเสียหายส่วนแรกนี้จะคิดเป็นกรณี กรณีละ 1,000 บาท หรือถ้าเคลมแห้งเช่นทำสีใหม่รอบคับ ก็เหมาจ่ายเป็นทั้งปี 6,000 บาทได้เลยครับ

Deductible เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายผิด ซึ่งเราเลือกให้มีหรือไม่มีก็ได้นะครับ เพราะข้อดีของค่า Deductible คือเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันได้ ช่วยให้ประหยัดกว่าเดิม แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว และคุณเป็นฝ่ายผิด คุณต้องจ่ายค่า Deductible ตามที่คุณได้เลือกไว้ แต่ส่วนต่างประกันจะจ่ายให้เองครับ ด้วยเหตุนี้คนที่ประสบการณ์ในการขับรถสูงก็สามารถเลือกแบบค่า Deductible ได้นั่นเอง

 

Frank ต้องการทำให้การทำประกันรถยนต์เป็นเรื่องที่พูดคุยได้อย่างตรงไปตรงมา สนุกมากขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นและที่สำคัญที่สุด คือ คุณพึ่งพาเราได้เสมอคร้าบ

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ