ประกันชั้น 1 เคลมรอบคันต้องจ่ายเงินเพิ่มด้วย?

do-car-insurance-type-1-have-to-pay-excess-for-one-time-claim

 

อ่านเร็วๆ

    • ความคุ้มครองประกันชั้น 1 ที่ว่าเคลมได้ทุกอย่างนั้น ครอบคลุมเรื่องอุบัติเหตุบนถนนทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี (ควรรู้วิธีการแจ้งเคลมด้วย) คุ้มครองรถถูกขโมย น้ำโดนน้ำท่วม และภัยก่อการร้ายด้วย
    • เทียบกับประกันชั้นอื่นๆ แล้วให้ความคุ้มครองครบที่สุด ขับขี่สบายใจที่สุด และค่าเบี้ยก็ราคาสูงสุดเช่นเดียวกัน
    • การเคลมรอบคัน เช่น การเก็บรอยเล็กๆ น้อยๆ รอบคันหรือรอยหินการเด็น โดยที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้นั้นจะเสียค่าเอ็กเซส (Excess) ด้วย

 

 

เห็นมีกระทู้ใน pantip.com ถามเรื่องการทำประกันชั้น 1 แล้วเจ้าของรถแจ้งเคลมรอบคัน แต่กลายเป็นว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นมาซะได้เป็นหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว คำถามคือ ทำไมต้องจ่ายเพิ่มด้วยล่ะก็ในเมื่อเราทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้แล้วนี่นา? งานนี้ Frank คำตอบพร้อมคำแนะนำดีๆ ที่เราสามารถใช้งานประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นมาฝากกันครับ

 

 

do-car-insurance-type-1-have-to-pay-excess-for-one-time-claim

 

ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ชั้น 1

 

เริ่มจากความคุ้มครองของประกันชั้น 1 กันก่อนเลยครับ ว่าครอบคลุมอะไรบ้าง? แล้วค่อยมาดูเรื่องการเคลมรอบคันกัน ด้วยค่าเบี้ยประกันที่แพงที่สุดของประกันชั้น 1 ทำให้เราได้รับความคุ้มครองที่ครบถ้วนที่สุดเช่นเดียวกัน (อ่อ เบี้ยประกันรถยนต์นั้นคำนวณคล่าวๆ มาจากขนาดของเครื่องยนต์ หรือที่เราเรียกันง่ายๆ ว่า CC เครื่องยนต์, ชนิดของรถยนต์ในการจดทะเบียน, อายุและจำนวนผู้ขับขี่นะครับ) และความคุ้มครองตัวรถที่ว่านั้นก็ประกอบไปด้วย

 

1.อุบัติเหตุที่เกิดจากการชน

เข้าใจได้ง่ายๆ ว่าเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนกันของทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซต์ เมื่อไหร่ที่เกิดอุบัติเหตุให้เราโทรหาบริษัทประกันแล้วแจ้งเลขทะเบียนรถและสถานที่เกิดเหตุ ระบุชนิดประกันชั้น  1 แล้วดูแลคนเจ็บพาส่งโรงพยาบาลให้เรียบร้อย ที่เหลือประกันจะเข้ามาดูแลให้ทั้งหมดครับ

 

2.อุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนสิ่งอื่นๆ

ซึ่งก็คือเมื่อเราเกิดอุบัติเหตุกับต้นไม้ เสาไฟฟ้า ฟุตบาท รั้วบ้าน หลักกิโลเมตร หรือป้ายสัญญาณจราจรตามถนนก็ตาม ประกันชั้น 1 คุ้มครองด้วยครับ เพียงแต่การแจ้งเคลมนั้นให้เรา “เคลมสด” ทุกครั้งที่เกิดเหตุเพื่อให้เราระบุคู่กรณีได้และไม่ต้องเสียค่า excess เพิ่มในการแจ้งเคลมในภายหลัง

 

 

do-car-insurance-type-1-have-to-pay-excess-for-one-time-claim

 

3.รถถูกขโมย

เมื่อรถยนต์ของเราได้จากเราไปและไม่สามารถตามเจอรถได้อีกต่อไปนั่นก็คือ “รถหาย” นั่นเอง ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองด้วยนะครับ ส่วนขั้นตอนเมื่อรถหายนั้น อันดับแรกให้โทรแจ้งบริษัทประกันว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดเมื่อไหร่ แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน และทำการแจ้งเคลมประกันตามขั้นตอน

 

ส่วนเรื่องการผ่อนต่อหรือไม่นั้น ให้เราทำตามคำสั่งของศาลเป็นหลักครับแต่โดยปกติแล้วเมื่อรถถูกขโมยไปแล้วถือว่าทรัพย์สินสูญหายทำให้เงื่อนไขในสัญญาเช่าซื้อหมดไปจึงไม่จำเป็นต้องผ่อนต่อครับ อ่านเพิ่มจาก pantip ได้นะครับ

 

4.รถถูกไฟไหม้ หรือถูกน้ำท่วม

ในกรณีที่รถของเราถูกไฟไหม้ เช่น จอดรถไว้ข้างๆ บ้านที่เกิดเพลิงไหม้แล้วไฟลามมาที่รถ หรือในกรณีของรถถูกน้ำท่วม เช่น รถติดไฟแดงอยู่ในขณะที่ฝนตกหนักแล้วน้ำรอระบาย (ลุงบอกให้ใช้คำนี้ครับ) สูงขึ้นเรื่อยๆ จนเข้ามาท่วมภายในรถ ประกันชั้น 1 ดูแลให้เช่นเดียวกัน

 

จุดที่อยากให้ระวังในการใช้งานรถยนต์ คือ เราต้องรู้ว่าการใช้งานรถโดยประมาทที่เคลมประกันไม่ได้นั้นหมายถึง เรารู้อยู่แล้วว่าบริเวณนั้นๆ เกิดเหตุน้ำท่วมหรือไฟไหม้ขึ้นอยู่แล้วแต่ดันขับรถเข้าไปอีกทำให้รถได้รับความเสียหายนะครับ   

 

5.พายุลูกเห็บ แผ่นดินไหว (ภัยธรรมชาติ)

ช่วงหน้าฝนที่อากาศแปรปรวนโดยเฉพาะในภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มักจะเกิดพายุฤดูร้อนที่มีลมกรรโชกแรง และพายุลูกเห็บที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถของเราได้ แน่นอนว่าประกันชั้น 1 คุ้มครองด้วยครับ

 

อีกเหตุการณ์ที่บ้านเรานานๆ จะเกิดขึ้นทีก็คือ แผ่นดินไหว ซึ่งเคยเกิดขึ้นที่จังหวัดทางภาคเหนือและมีรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถได้รับความเสียหายไปด้วย ประกันชั้น 1 ก็ช่วยดูแลนะครับ  

 

6.ผลกระทบจากภัยก่อการร้าย

สำหรับเพื่อนๆ ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ Frank รู้สึกเห็นใจเรื่องของความปลอดภัยของทุกๆ คนและขอเป็นกำลังใจให้นะครับ การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยดูแลทั้งความปลอดภัยของรถยนต์ให้เราได้ครับ

 

ส่วนความคุ้มครองบุคคลภายนอกและผู้ขับขี่จะเป็นไปตามทุนและแผนประกันที่เราเลือกอยู่แล้วครับ  

 

do-car-insurance-type-1-have-to-pay-excess-for-one-time-claim

 

การเคลมรอบคันที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม

 

การแจ้งเคลมนั้นมี 2 แบบครับ คือ การเคลมสด (เกิดเหตุแล้วแจ้งประกันทันที) และการเคลมแห้ง (เกิดเหตุแล้วไม่แจ้งประกัน เก็บไว้แจ้งเคลมทีเดียว) ซึ่งถ้าเราเคลมสดเมื่อเกิดอุบัติเหตุทุกครั้งมักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องค่าเอ็กเซส (Excess) แต่…ถ้าเราเก็บทุกริ้วรอยเอาไว้แล้วแจ้งเคลมทีเดียวรอบคันไม่ว่าจะทำประกันชั้น 1 ก็ตาม คุณต้องเสียค่าเอ็กเซส (Excess) ที่เป็นค่าความเสียหายส่วนแรกสำหรับผู้ขับขี่ที่เกิดจากความประมาทหรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้เพิ่มด้วยนะครับ

 

ถ้าเคลมแห้งกับประกันชั้น 1 อย่างไรก็ต้องเสียค่า Excess ครับและถ้ายิ่งเคลมแห้งรอบคัน เราจะถูกเหมารวมความเสียหายด้านละ  2,000 บาท เหมารอบคันไม่เกิน 6,000 บาท

 

ทำไมต้องจ่ายค่าเอ็กเซส (Excess) เพิ่ม?

มาจากการปรับกฎหมายใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจการประกันภัย (คปภ.) ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไปครับ โดยสรุปใจความย่อๆ ว่า

 

รถที่ทำประกันหลังวันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป เมื่อเกิดเหตุจากการชนแล้วไม่สามารถระบุคู่กรณีได้เมื่อแจ้งเคลมต้องเสียค่า Excess 1,000 บาท (เดิม 2,000 บาท) ต่อครั้งของอุบัติเหตุ รวมถึงเหตุอื่นๆ ที่ไม่ได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ เช่น ขูด ขีด ทุบ เหยียบตะปู เฉี่ยวกิ่งไม่ หนูกัดสายไฟ ต้นไม้ล้มทับ หรือหินกระเด็นใส่ ซึ่งต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่ไม่ต้องเสียค่า Excess ครับ

 

รู้คำตอบกันแล้วนะครับว่า ถ้าเคลมแห้งกับประกันชั้น 1 อย่างไรก็ต้องเสียค่า Excess ครับและถ้ายิ่งเคลมแห้งรอบคัน เราจะถูกเหมารวมความเสียหายด้านละ 2,000 บาท เหมารอบคันไม่เกิน 6,000 บาท หรืออาจะเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกถ้าเราเลือกแผนประกันทีมีค่าความเสียหายส่วนแรกเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด (Deductible) ซึ่งเจอบ่อยมากจากการซื้อประกันออนไลน์ที่เน้นความถูกของค่าเบี้ยเป็นหลักครับ

 

อยากเช็คค่าเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ และสอบถามเรื่องเคล็ดลับในการซื้อประกันให้ได้ราคาดีที่สุด หรือสอบถามเรื่องการแจ้งเคลม คลิกที่นี่ได้เลยคร้าบ…บ

 

Credit: http://www.oic.or.th/th/consumer/news/releases/6258

 

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ