ต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 ควรต่อชั้น 1 ไหม?

 

อ่านเร็วๆ

  • ต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 ไม่จำเป็นต้องต่อประกันชั้น 1 เสมอไป
  • ถ้าคุณขับรถคล่องแล้ว กะระยะห่างจากคันหน้าได้เหมาะสม ตีวงเลี้ยวไม่พลาด ต่อประกันรถชั้น 2+ หรือ 3+ แทนได้
  • ถ้ารถของคุณใช้งานในเส้นทางที่ขับอยู่เป็นประจำไม่ค่อยขับทางไกลต่างจังหวัด ต่อประกันรถชั้น 3+ แทนได้
  • ถ้าคุณต้องการเบี้ยประกันรถที่ถูกลงแต่ยังได้รับความคุ้มครองหลัก ต่อประกันรถชั้น 2+ แทนได้

 

หลังจากที่เราได้คุยกันไปแล้วเรื่องซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ดีไหม? ปลอดภัยไหม? เชื่อถือได้รึเปล่า? คำถามที่เรามักจะได้ยินถัดมาคือ การต่อประกันรถยนต์ ปีที่ 2 ควรเลือกต่อแบบไหนดี? เพราะปีแรกเรามักจะได้แถมประกันชั้น 1 มาเกือบทุกคันอยู่แล้ว แต่ในปีที่ 2 นี้เองคุณจะได้ทำความรู้จักกับโบรกเกอร์หรือนายหน้าประกันภัยรถยนต์ (ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมากว่ารู้เบอร์โทรเราได้อย่างไร) ติดต่อเรามามากมาย ยื่นขอเสนอให้เยอะแยะ แล้วบางทีเราก็จะสงสัยว่าเราควรซื้อประกันชั้นไหนดี สารพัดค่าความเสียหายส่วนแรกมันคืออะไร? ซ่อมห้างฯ ซ่อมอู่ต่างกันไหม? หลังจากอ่านบทความนี้แล้วเพื่อนๆ จะได้คำตอบแน่นอนครับ

 

1.ทักษะในการขับรถของคุณ

ทักษะ-การขับขี่-รถ-เพื่อ-ต่อ-ประกันรถยนต์

 

มาดูเรื่องแรกกันเลยครับ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 มาลองดูตอบคำถามเหล่านี้ดูก่อนว่าทักษะในการขับรถของคุณเป็นเช่นไรบ้าง

  • คุณยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ขับรถอยู่หรือเปล่า?
  • ปีที่แล้วคุณได้แจ้งเคลมรอบคันแล้วรึยัง?
  • เมื่อเจอเหตุการณ์เฉพาะหน้า เช่น โดนเบียด หรือโดนรถคันอื่นตัดหน้า คุณแก้ปัญหาอย่างไร?
  • เจอน้องหมาข้ามถนน คุณทำอย่างไร?

ถ้าสามารถตอบได้มากกว่า 3 ข้อขึ้นไปแสดงว่า ทักษะในการขับขี่รถยนต์ของคุณเข้าขั้นดีถึงดีมากแล้วนะครับเลือกต่อประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ได้เลย ส่วนคำตอบที่คุณมักจะตื่นเต้นเสมอเวลาขับรถนั้น เป็นเรื่องปกติของทุกคนครับเพียงแค่เราต้องขับให้บ่อยขึ้น บ่อยขึ้น จนเข้าขั้นชินกับการจราจรบนท้องถนน ความตื่นเต้นจะหายไปเองในที่สุด แล้วใครที่แจ้งเคลมรอบคันปีที่แล้วไปแล้วแสดงว่าคุณเป็นผู้มีประสบการณ์รู้แล้วว่าต้องกะระยะรถยนต์อย่างไรไม่ให้ไปชนคันอื่นหรือไปครูดกับขอบถนน และถ้าคุณขับอยู่ดีๆ โดนเบียดก็แค่ชะลอความเร็วลงให้คันที่เบียดไปก่อน หรือเจอน้องหมาข้ามถนนเราก็ควรชะลอความเร็วเว้นระยะให้ห่างไว้ก่อนจนมันข้ามถนนเสร็จ เพราะน้องหมามันเดินถอยหลังได้ครับ

แล้วถ้าเรายังไม่เซลฟ์พอหรือยังไม่มั่นใจพอล่ะก็คุณอาจจะยังไม่พร้อมครับ ก็ยังสามารถต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้อยู่ แต่ถ้าอยากได้ค่าเบี้ยถูกลงก็เลือกแบบมีค่าความเสียหายส่วนแรกเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด หรือที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่าค่าดีดักทิเบิล (Deductible) ได้ด้วย เช่น ปกติเบี้ยประกันรถอยู่ที่ 23,000 บาทแต่เราเลือกแบบมี Deductible ที่ 5,000 บาท คุณก็จ่ายค่าเบี้ยประกันรถแค่ 18,000 บาทเองครับ ถ้าคุณขับรถดีตลอดปีคุณก็ประหยัดไปเลย 5,000 บาท ถ้ายังงงๆ อ่านคำอธิบายศัพท์ประกันเพิ่มเติมได้เลยครับ

 

2.การใช้งานรถของคุณ

 

เส้นทาง-ที่ใช้-ขับขี่-รถยนต์

 

ถ้าคุณขับรถในเส้นทางไม่ไกลบ้านมากนักแถมยังเป็นเส้นทางเดิมๆ ที่ขับอยุ่เป็นประจำ เช่น จากบ้านไปที่ทำงานทุกๆ วัน หรือขับจากบ้านไปส่งลูกๆ ทุกวันแล้วล่ะก็ นอกจากการเลือกต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบมีค่าเสียหายส่วนแรกดีดักทิเบิ้ล (Deductible) ที่ช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันตั้งแต่ 1,000-5,000 บาทแล้ว สามารถเลือกต่อประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ก็ได้เช่นกันครับว่าแต่….เรารู้กันรึยังว่าประกันรถยนต์แต่ละชั้นมันต่างกันอย่างไร?

 

ความแตกต่างของประกันชั้น 1,  2+, 3+และ 3

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองการซ่อมรถเราเองและรถของคู่กรณีจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการชนทุกแบบ คือ การชนระหว่างรถกับรถ หรือการชนของรถกับสิ่งอื่นๆ และรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม รวมถึงภัยก่อการร้ายด้วย

 

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองการซ่อมรถเราและรถคู่กรณีเมื่อเกิดจากการชนของรถชนรถเท่านั้น (เราต้องรู้ทะเบียนรถคู่กรณีเท่านั้น) ส่วนการชนสิ่งอื่นๆ เราเคลมไม่ได้นะครับ ที่เหลือคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1 ทุกอย่าง รวมถึงภัยก่อการร้ายด้วย (ในประเทศไทยมี 2 บริษัทเท่านั้นืั้ประกันชั้น 2+ ที่คุ้มครองภัยก่อการร้ายด้วย และกรุงเทพประกันภัยคือ 1 ในนั้น)

 

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ คุ้มครองเหตุที่เกิดจากการชนรถชนรถเท่านั้นและซ่อมทั้งรถของเราและรถของคู่กรณี แต่ไม่รวมรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วมและภัยก่อการร้าย

 

ประกันรถยนต์ชั้น 3 คุ้มครองเหตุที่เกิดจากการชนรถชนรถและซ่อมรถให้คู่กรณีเท่านั้น (รถของเราซ่อมเองครับ) แต่ไม่รวมรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วมและภัยก่อการร้ายเช่นเดียวกัน

เมื่อเรารู้จักประกันรถยนต์แต่ละชั้นแล้ว ก็เลือกตามความคุ้มครองที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นแล้วใช่ไหมครับ แต่ว่าเรายังมีเรื่องของราคาที่ต้องเปรียบเทียบอยู่นี่นา ว่าแล้วเราไปดูกันว่าเลือกประกันรถยนต์ให้คุ้มค่านั้นค่าดีดักทิเบิ้ล (Deductible) กับค่าเอ็กเซส (Excess) มันเกี่ยวข้องอย่างไร?

 

3.ความคุ้มค่าที่สุดที่คุณต้องการจากประกัน

 

เลือก-ประกันรถยนต์-ให้-ราคา-คุ้มค่าที่สุด
ความคุ้มค่าของการทำประกันรถยนต์นั้น นอกจากเราได้ค่าเบี้ยประกันที่ถูกแล้วอยากให้ดูตัวอย่างอุบัติเหตุรถบรรทุกที่ขับสวนเลนส์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ด้วยนะครับ ถ้าเราดันไปอยู่ที่นั่นและทำประกันชั้น 3 ไว้งานนี้เราน้ำตาไหลพรากๆ และซ่อมรถตัวเองยาว เลยทำใหเ้ความคุ้มค่านั้นมองได้ทั้งการประหยัด และความครอบคลุมเมื่อเกิดอุบัติเหตุครับ ซึ่งเรื่องการประหยัดนั้นเราต้องรู้จัก 2 คำนี้ก่อนเลยครับ

 

ค่าความเสียหายส่วนแรกดีดักทิเบิ้ล (Deductible) หรือเอ็กเซส (Excess) 

ค่าความเสียหายส่วนแรกค่าดีดักทิเบิ้ล (Deductible) นั้นไม่น่ากลัวนะครับ สาเหตุที่มีเจ้าค่านี้ออกมาก็เพราะว่าคนที่ทำประกันชั้น 1 ไว้แล้วไม่ได้เป็นฝ่ายผิดตอนเกิดอุบัติเหตุต้องการได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย แต่ในกรณีกลับกันเมื่อเกิดเหตุโดยที่เราเป็นฝ่ายผิดแล้วล่ะก็ยินดีจ่ายเงินส่วนแรกนี้ก่อน (จึงเรียกค่าความเสียหายส่วนแรก) และส่วนที่เหลือบริษัทประกันภัยจะมาดูแลต่อ ค่าความเสียหายดีดักทิเบิ้ลมีเฉพาะในประกันชั้น 1 เท่านั้นนะครับตั้งแต่ 1,000-5,000 บาท

ส่วนค่าเอ็กเซส (Excess) นั้นต่างออกไป ถึงแม้เราจะเรียกว่าเป็นค่าความเสียหายส่วนแรกเหมือนกันก็ตาม แต่ที่จริงแล้วเป็นเงินที่เราต้องจ่ายชดเชยค่าความเสียหายเมื่อเราประมาททำให้เกิดอุบัติเหตุแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ เช่น ก้อนหินกระเด็นใส่รถ รถโดนขูด ล้อแม็กโดนครูดฟุตบาทแต่จำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่  เกิดตอนไหน (หรือตอนที่เราเคลมรอบคันหรือเคลมแห้งแบบไม่รู้เทคนิคจะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 6,000 บาท) ค่าเอ็กเซสจะคิดเป็นครั้งของอุบัติเหตุ ครั้งละ 2,000 บาทครับ

 

ต่อประกันรถปีที่ 2 แล้วควรต่อประกันชั้น 1 ไหม?

สรุปแล้ว ถ้าเราต้องการความคุ้มค่าจากค่าเบี้ยประกันก็ดูความคุ้มครองให้ละเอียดแล้วเลือกประกันชั้นที่เราโอเคมากที่สุด เช่น ประกันชั้น 2+ และติดกล้องติดรถยนต์เพื่อเป็นหลักฐานในการตามหาคู่กรณี แต่ถ้าเลือกประกันรถที่ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดประกันรถยนต์ชั้น 1 แบบมีค่าความเสียหายส่วนแรกดีดักทิเบิ้ล (Deductible) ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดครับ ถ้าใครไม่แน่ใจเรื่องประกันรถก็ถามมาได้เลยนะครับเพื่อนๆ Frank ชอบตอบแบบตรงไปตรงมาที่สุดคร้าบ

 

สรุป Frank Frank

  • มั่นใจฝีมือการขับรถแล้ว > สามารถประหยัดโดยเลือกประกันชั้น 1 แบบจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนแรกดีดักทิเบิ้ล (Deductible) เมื่อเราเป็นฝ่ายผิด
  • ขับรถเส้นทางสั้นๆ เดิมๆ > สามารถประหยัดโดยเลือกประกันชั้น 2+ และติดกล้องติดรถยนต์
  • ต้องการความคุ้มค่า > อย่าเลือกบริษัทประกันแต่ที่ราคา เปรียบเทียบความคุ้มครองเพื่อความคุ้มค่าด้วย

 

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ