หากรถเสียใช้รถยก หรือรถลาก ต่างกันอย่างไร ?

หากรถเสียใช้รถยก หรือรถลาก ต่างกันอย่างไร

เป็นกันบ่อยใช่ไหมล่ะครับ? เวลารถยนต์เสียหรือเกิดอุบัติเหตุกลางทาง แหม !! เวลาก็แสนจำกัด ไปต่อก็ไม่ได้ ซ่อมเองก็ไม่เป็น อู่ซ่อมรถก็ไม่มี แถมยังมาเจออะไรแบบนี้อีก ใครหลายคนมักจะแก้ปัญหาด้วยการใช้บริการรถยกหรือรถลาก แต่เราเคยรู้หรือไม่ว่า? รถยกกับรถลากมีความต่างกันนะ เพราะทั้งสองอย่างล้วนมีข้อดีและข้อเสีย จะต้องเลือกใช้งานที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนเข้าใจกันง่ายขึ้น เรามาดูกันเลยดีกว่า….

รถยกกับรถลาก คืออะไร

ก่อนอื่นขออธิบายให้เข้าใจว่า ปัจจุบันนี้มีบริการรถลากอยู่สองแบบ ได้แก่ “รถยก” กับ “รถลาก” กลายเป็นวิธีที่นิยมมากสุด ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายรถไปยัง อู่ซ่อมหรือศูนย์ซ่อมที่เหมาะสม เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่น รถเสีย รถเกิด อุบัติเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวก และความรวดเร็วให้แก่ผู้ใช้บริการ

รถยกเป็นแบบไหน ?

หากรถเสียใช้รถยก หรือรถลาก ต่างกันอย่างไร

รถยก หรือเรียกอีกอย่างว่ารถสไลด์ เหมาะสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วย 4 ล้อ เน้นบริการรถที่เสียหายหนัก จนไม่สามารถใช้รถลากได้ วิธีการย้ายจะเป็นการนำรถยนต์ที่เสียหายนั้นลากขึ้นไปบนรถกระบะหรือรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพียงแค่บรรทุกไป โดยไม่ต้องลากตลอดทาง จะลากเฉพาะตอนขึ้นกับลงเท่านั้น เป็นวิธีที่ปลอดภัยกับช่วงล่างของรถยนต์มากที่สุด

รถลาก มีหน้าตาอย่างไร ?

หากรถเสียใช้รถยก หรือรถลาก ต่างกันอย่างไร

รถลาก จะเป็นบริการเคลื่อนย้ายรถยนต์แบบลากจูง เหมาะสำหรับรถที่ขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อ ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง โดยอาศัยอุปกรณ์เช่น เชือก สลิง และแป๊ปลาก แต่มืออาชีพนิยมใช้สลิงมากสุด เพราะมีความยืดหยุ่น ทนทานต่อการใช้งาน ส่วนรถลากจูงนั้นก็จะเป็นรถกระบะ หรือรถที่มีกำลังมากพอในการลากจูง หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายวิธีนี้ ก็ควรระมัดระวังเป็นอย่างสูง

ทำความเข้าใจมากขึ้น รถยกกับรถลาก ต่างกันอย่างไร ?

อย่างที่ Frank อธิบายข้างต้นนะครับ ว่ารถยกกับรถลาก จะใช้สำหรับเคลื่อนย้ายรถเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือรถเสีย ซึ่งลักษณะการใช้งานอาจจะฟังดูใกล้เคียงกัน คิดว่าแบบไหนก็ใช้ได้แหละ แต่ความจริงแล้ว มีความต่างกันอยู่เยอะเลยนะ หากลองอ่านบทความนี้ ก็จะได้ตัดสินใจถูกว่าควรเลือกใช้บริการแบบไหน และแต่ละอย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียอะไรกันบ้าง เรามาดูเลย !!

 

สิ่งแตกต่างระหว่างรถยกกับรถลาก ก็คือ

“ค่าใช้จ่าย และความปลอดภัย”

 

  • ค่าใช้จ่าย

แน่นอนว่าการใช้บริการรถยก จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารถลากอยู่แล้ว เพราะรถยกจะเน้นบริการกรณีที่อู่ซ่อมอยู่ไกล ส่วนมากระยะทางเกินกว่า 20 กิโลเมตร อีกทั้งยังดูแลความปลอดภัยของตัวรถยนต์ได้ดี จึงทำให้มีค่าบริการแพงกว่า หากไม่อยากโดนเรียกค่าบริการแพง แนะนำอย่าปล่อยให้ใครเคลื่อนย้ายรถของคุณไป โดยไม่มีการตกลงค่าใช้จ่ายล่วงหน้าก่อน เพราะอาจจะโดนเรียกเก็บค่าต่างๆโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ทั้งนั้นลองติดต่อกับบริษัทที่น่าเชื่อถือ หรือบริษัทประกันของคุณดูก่อนได้

  • ความปลอดภัย

หากลองเปรียบเทียบความต่างจะเห็นได้ว่า รถยกจะช่วยป้องกันเครื่องยนต์ได้ดีกว่า เพราะจะเคลื่อนย้ายเป็นการบรรทุกรถทั้งคัน ลักษณะเหมือนจอดรถทิ้งไว้บนถาดสไลด์ และมีระบบล็อคติดอย่างแน่นหนา ขณะที่ขับระหว่างทาง รถยนต์ของคุณก็จะไม่กระแทก ถึงแม้รถจะโหลดต่ำก็ไม่ต้องกังวล เขาจะมีถาดเคลื่อนมารองรับช่วงล่าง พร้อมถาดระนาบกับพื้น ทำให้สบายใจได้เลยว่าเครื่องยนต์จะไม่เสียหาย หรือรถตกจากสไลด์ ยิ่งถ้าคุณเพิ่งถอยรถคันใหม่ ราคาแพง ก็คงไม่อยากให้เครื่องยนต์เสียสภาพ การเลือกใช้บริการรถยกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

สรุปแบบง่ายๆ ให้ลองคิดภาพดูก่อนนะว่า รถลาก จะเป็นการเคลื่อนย้ายเเบบถูกลาก  มีล้อหน้าหรือล้อหลังฝั่งหนึ่งสัมผัสพื้นถนนอยู่ ส่วนรถยกจะมีถาดสไสลด์รองรับน้ำหนักรถยนต์ เพื่อป้องกันความเสียหาย  ไม่ได้ลาก และไม่ต้องสัมผัสบนพื้นถนน ถึงแม้ราคาบริการรถยกจะค่อนข้างสูงกว่า แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวรถยนต์ให้คงสภาพเดิม ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ

แล้วจะใช้บริการรถยก หรือรถลากดีนะ ?

หากรถเสียใช้รถยก หรือรถลาก ต่างกันอย่างไร

สำหรับการเลือกใช้บริการระหว่างรถยก กับรถลาก จะขึ้นอยู่หลายสถานการณ์ หากใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกใช้บริการแบบไหนดี เพนกวิน Frank ขออธิบายเพิ่มเติมเจาะลึก เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น

  • ความเสียหายรถยนต์

ก่อนอื่นเราจะต้องเช็คว่าตัวรถเสียหายหนักแค่ไหน พอที่จะเคลื่อนย้ายได้ไหม สมมุติว่ารถยนต์ของคุณเสียหายหนักมาก และรถสตาร์ทไม่ติด แนะนำให้ใช้บริการเป็นรถยกดีกว่า เพราะเขาจะยกรถของคุณไปทั้งคัน แต่ถ้าโชคดีรถเกิดเสียหายไม่มากนัก สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ตามปกติ จะเลือกใช้บริการรถลากได้เช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นตามมาอีกด้วยนะ

  • ระยะทาง

หากระยะทางที่ต้องเดินทางไปอู่ซ่อมรถไกลมาก เราควรเลือกใช้บริการเป็นรถยกดีกว่า จะช่วยเซฟช่วงล่างของรถยนต์ไม่ให้เสื่อมสภาพ และถ้าอู่ซ่อมรถอยู่ห่างไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก ก็สามารถใช้เป็นรถลากได้ แต่แนะนำให้ใช้ความเร็วจำกัด เพื่อป้องกันเกียร์พัง หรือกลัวว่ารถยนต์จะเสียหายก็เลือกใช้รถยกหรือรถสไลด์ไปเลย อุ่นใจกว่าเยอะ

  • งบประมาณ

ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ย่อมเกิดความเสียหายอยู่แล้ว และจะต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาเช่นกัน สำหรับกรณีเคสที่ รถยนต์เกิดเสียหายหนักไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จะต้องใช้รถยกหรือรถลาก เพื่อนำไปที่อู่ซ่อม ซึ่งการคิดค่าบริการจะต่างกัน เนื่องจากรถยกจะดูแลความปลอดภัยตัวรถได้ดีกว่า จึงมีค่าใช้จ่ายสูง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราว่าจะเลือกจ่ายแบบไหน ให้ลองพิจารณาตามงบประมาณและความเหมาะสม

เข้าใจมากขึ้นแล้วใช่ไหม ระหว่างรถยกและรถลากต่างกันอย่างไร? ถึงแม้ว่าเราจะซื้อประกันรถยนต์ที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงบริการเสริมเช่นกันด้วยนะ เพราะมันเป็นสิทธิพิเศษที่ทางบริษัทประกันจะมอบให้ เช่น หากรถยนต์เกิดอุบัติเหตุ จะมีบริการรถยกหรือรถลากมาช่วยพาไปยังอู่ซ่อม จึงทำให้สะดวกสบายมากขึ้น ยิ่งถ้าต้องเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ แล้วรถเกิดอุบัติเหตุกลางทาง หากมีบริการเสริมเข้ามาช่วยก็จะลดค่าใช้จ่ายบางส่วนได้ หากสนใจเลือกซื้อจะต้องเช็ครายละเอียดให้ดีซะก่อน เพื่อให้ได้ประกันรถยนต์ และบริการเสริมที่ตรงใจมากที่สุด หรือลองปรึกษาพูดคุยกับ Frank.co.th เพื่อตัดสินใจเลือก ซื้อประกันรถยนต์ ก็คลิกกรอกข้อมูล ให้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับเลย

 

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์

Content Writer ผู้ที่รักในงานเขียน การเล่าเรื่อง ชอบแชร์ความรู้ใหม่ๆ และไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง อยากถ่ายทอดเรื่องราวดีดีผ่านตัวอักษร เชื่อว่าจะทำให้ผู้อ่านมีความสุข และสนุกไปพร้อมกัน