ขั้นตอนพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ถูกต้อง ไม่ให้ไฟช็อต!

how-to-jump-car-battery

 

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อแบตเตอรี่รถเราไฟหมดหรือเริ่มไม่มีประจุไฟอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่น่าจะเกินช่วงเวลา 2-3 ปีนับจากที่เราออกรถคันใหม่มา ทางแก้ไม่ยากเลยครับก็ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อันใหม่ แต่เราจะเดินทางไปซื้อหรือไปเปลี่ยนแบตเตอรี่อันใหม่กันอย่างไรล่ะ ถ้าเกิดเหตุการณ์รถสตาร์ทไม่ติดแบตหมดขึ้นมา เราก็คงต้องขอจั๊มไฟแบตเตอรี่ของรถเพื่อนบ้านกันสักหน่อย ว่าแล้วขั้นตอนการพ่วงแบตที่ถูกต้องทำยังไงนะ มาศึกษากันเลยครับ

1. เตรียมพ่วงสายแบตเตอรี่มาให้เรียบร้อย

สายพ่วงแบตรถยนต์มี 2 เส้นนะครับ เส้นแรกสีแดง ก็คือประจุไฟขั้วบวก ส่วนอีกเส้นสีดำหรือสีเขียว คือประจุไฟขั้วลบ โดยเราจะต้องเลื่อนรถยนต์ที่มาให้ความช่วยเหลือหันหน้ารถมาหาเรา แต่ห้ามชิดกันนะครับ หลังจากนั้นให้เราดับเครื่องยนต์ วิทยุ ระบบแอร์ เครื่องเสียงของรถทั้ง  2 คันก่อน แล้วค่อยเปิดฝากระโปรงหน้ารถ

2. ต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ตามลำดับ

  • ต่อสายสีแดงเข้ากับขั้วบวกของรถคันที่แบตหมดก่อน แล้วเอาปลายสายไปต่อกับขั้วบวกของรถยนต์คันที่มาช่วย
  • หลังจากนั้นค่อยนำสายสีดำเข้ากับขั้วลบของแบตเตอรี่รถคันที่มาช่วย ส่วนอีกฟากให้หนีบที่โลหะในเครื่องยนต์

แต่ขอย้ำก่อนว่า!! ให้หนีบตรงโครงของรถที่เป็นเหล็ก อย่าไปต่อโดยตรงกับก้อนแบตเตอรี่เด็ดขาด ไม่งั้นอาจทำให้ตัวแบตเตอรี่ระเบิดได้ การต่อสายพ่วงแบตรถยนต์ที่ดีเราควรทำตามลำดับครับ

เมื่อเสร็จแล้วก็สตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่มาช่วย อาจจะเร่งเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อย จึงค่อยสตาร์ทรถคันที่แบตหมดทีหลัง แนะนำให้บิดกุญแจไปทีละช่วงจนกว่าเครื่องยนต์สตาร์ทติด

3. การถอดสายพ่วงก็ต้องทำตามลำดับ

เมื่อรถยนต์สตาร์ทติดแล้ว ก็มาถึงลำดับการถอดสายพ่วงแบตรถยนต์กันบ้าง ให้เราทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดตามนี้เลยครับ

  • อันดับแรกให้ถอดสายพ่วงสีดำ (ขั้วลบ) ที่ตัวถังรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมดออกก่อน แล้วไปถอดปลายอีกด้านสายสีดำ (ขั้วลบ) ที่แบตเตอรี่รถคันที่มาช่วย
  • จากนั้นไปถอดสายจั๊มสีแดงที่แบตเตอรี่ของรถคันที่มาช่วยออก จึงค่อยถอดปลายสีแดงอีกด้านจากแบตเตอรี่ของรถคันที่ไฟหมด แต่ต้องระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สายพ่วงต่างสีมามสัมผัสกันเด็ดขาด เดี๋ยวจะเกิดอันตรายเหมือนเกิดไฟช็อตได้ครับ

 

ข้อควรระวัง

  • ทางที่ดีเราควรสวมใส่ถุงมือและใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตาด้วย
  • ไม่ควรให้สายจัมพ์ต่างสีมาสัมผัสกัน เพราะอาจจะทำให้เกิดประกายไฟตามมา
  • การต่อสายสีดำ หรือขั้วลบของแบตเตอรี่คันที่แบตหมด ให้ต่อไปที่โครงที่เป็นเหล็กของรถยนต์ ไม่ใช่ตัวถังรถนะครับ และการต่อแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ประจุไฟของรถคันที่มาช่วยถ่ายเทไปยังแบตเตอรี่คันไฟหมดเกินไปนั่นเอง
  • ไม่แนะนำให้พ่วงกับรถคันที่เเบตใกล้จะหมด เพื่อความปลอดภัยครับ
  • ห้ามสูบบุหรี่ จุดไฟแช็ก หรือใช้อุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดประกายไฟระหว่างพ่วงแบตเตอรี่เด็ดขาด

 

หวังว่าเช้าวันทำงานที่เราเจอปัญหาเรื่องรถสตาร์ทไม่ติดแบตหมด จะไม่ทำให้เราหมดไฟตามแบตเตอรี่นะครับ หรือถ้าใครที่พ่วงแบตรถยนต์ไม่ติด อาจเกิดจากปัญหาแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพก็ได้ แนะนำให้ทำการเปลี่ยนแบตโดยด่วน หรือเพื่อความปลอดภัยชัวร์ๆ เเฟรงค์ว่าเรานำรถเข้าศูนย์บริการซ่อมดีกว่า เพราะทางเจ้าหน้าที่จะได้รีบเช็กสภาพรถให้ถูกจุด แต่ถ้าคุณพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ได้แล้ว ลองเตรียมหาวันลายาวๆ เลยครับ แล้วขับรถเที่ยว 55 พิกัดในไทยก็ฟินไม่แพ้กัน แต่อย่าลืมทำประกันรถยนต์กับ frank.co.th ให้ช่วยดูแลทุกเส้นทางกันด้วยนะ อิอิ

 

ประกันรถยนต์