รถสตาร์ทไม่ติด ให้ลองทำแบบนี้ดูก่อน!

can-not-start-a-car-this-might-be-helpful

อ่านเร็วๆ

  • เมื่อรถสตาร์ทไม่ติดสาเหตุหลักที่พบบ่อย คือ แบตเตอรี่รถยนต์หมด สังเกตได้จากบิดกุญแจสตาร์ทแล้วมีเสียงแชะๆๆ แล้วเงียบและไฟแบตเตอรี่ไม่ขึ้นที่หน้าปัดรถยนต์
  • วิธีสังเกตอาการก่อนแบตเตอรี่หมด คือ เมื่อบิดกุญแจสตาร์ทแล้วมีเสียงแชะ นานขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เครื่องยนต์จะติด หรือจากอายุการใช้งานแบตเตอรี่ส่วนมากไม่เกิน 2-3 ปี
  • การแก้ไขเมื่อรถสตาร์ทไม่ติดสำหรับรถเกียร์ออโต้ คือ เราต้องขอจั้มป์แบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ส่วนรถยนต์เกียร์กระปุกให้เข้าเกียร์สองแล้วออกแรงเข็นเพื่อติดเครื่องยนต์

 

can-not-start-a-car-this-might-be-helpful

 

เริ่มต้นเช้าวันทำงานอย่างร่าเริงแจ่มใส เตรียมจะขับรถออกไปทำงาน แต่…รถสตาร์ทไม่ติดซะงั้น เอาล่ะซิทำไงดีรถเสียตรงส่วนไหนกันเนี่ย? frank ว่าคงเคยเจอกันมาบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะรถยนต์ที่จอดอยู่กับบ้านแบบนานๆ ใช้ที ถ้าเรามีคนให้ความช่วยเหลือหรือสามรถเรียกช่างมาช่วยดูให้ที่บ้านก็ดีไป อ่อ…แต่คงมีค่าบริการเยอะอยู่หน่อยซึ่งที่จริงเราสามารถหาสาเหตุของการสตาร์ทไม่ติดด้วยตัวเองได้นะ มาลองบิดกุญแจเพื่อสตาร์ทและฟังเสียงเครื่องยนต์ดูครับว่าทำได้ไง

 

 

 

บิดกุญแจแล้วเครื่องยนต์เงียบๆ มีเสียงดังแชะๆ

มาเริ่มกันจากเสียงเครื่องยนต์ที่เงียบมีแต่เสียงแชะๆ กันก่อนนะครับ ด้วยความที่เครื่องยนต์เงียบ ลองดูที่หน้าปัดด้วยครับว่าไฟขึ้นไหม ถ้าไม่ก็น่าจะคาดเดาได้ว่ากำลังไฟของรถน่าจะมีปัญหาซึ่งก็คือแบตเตอรรี่ของรถน่าจะเสื่อมนั่นเอง

 

อาการนี่เราสามารถสังเกตได้ล่วงหน้าด้วยนะครับ เช่น การสตาร์ทรถยนต์ของเราในช่วงหลังๆ จะมีเสียงแชะๆๆ นานขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่เครื่องยนต์จะติด แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันที่น่าจะเกิดจาดไดร์สตาร์ทเสื่อมซึ่งวิธีการสังเกตว่าเป็นปัญหาที่ไดร์สตาร์ทเสื่อมคือ เครื่องยนต์มักจะดับเองในขณะที่รอบต่ำ หรือขับไปดีๆ แต่เครื่องดับครับ วิธีแก้ก็เปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่ซะนะครับ

 

บิดกุญแจแล้วเครื่องหมุนอืดๆ และมีเสียงสตาร์ท

แบบที่สองคล้ายแบบแรกเลยครับ แต่มีเสียงหมุนของเครื่องยนต์ด้วย ซึ่งน่าจะเกิดจากแบตเตอรี่กำลังไฟเริ่มอ่อน หรือจะเป็นที่การทำงานของไดสตาร์ทที่ไม่ปกติ วิธีนี้แก้ไขให้ขับไปก่อนได้ครับถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดาก็ให้เข้าเกียร์สองแล้วออกแรงเข็นกันครับออกกำลังกายเรียกเหงื่อกันหน่อยครับ

 

แต่ถ้าเป็นรถเกียร์ออโต้ก็ใช้สายจั้มแบตเตอรี่จากรถยนต์คันที่ไฟแบตเตอรี่ยังไม่หมดก็จะแก้ปัญหาเรื่องการสตาร์ทได้ครับ เมื่อเครื่องติดแล้วมาสังเกตหน่อยครับว่าไฟรูปแบตเตอรี่ที่หน้าปัดในรถสว่างขึ้นรึเปล่า ถ้ามันสว่างขึ้นมาก็ไปเข้าศูนย์โดยด่วนเพื่อตรวจเช็คการชาร์ทไฟของไดชาร์ทครับ เราคงไม่อยาเจอรถดับเองกลางทางกันหรอกนะครับ

 

can-not-start-a-car-this-might-be-helpful

 

บิดกุญแจแล้วเครื่องหมุนเร็ว แต่เครื่องไม่ติด 

แบบสุดท้ายนะครับที่หลายคนเข้าใจผิดว่าน่าจะเป็นแบตเตอรี่หมดอีกเช่นกัน แต่ความจริงแล้วเครื่องยนต์หมุนแล้วเพียงแต่ไม่มีเสียงสตาร์ทเมื่อหยุดบิดกุญแจเครื่องก็หยุด นั่นน่าจะเกิดจากเครื่องยนต์มีปัญหาครับ

 

เราตรวจขั้นต้นด้วยการพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์คันอื่นดูก่อนได้ครับถ้ามันนิ่งสนิทก็น่าจะยาวครับเพราะเราต้องพารถคู่ใจไปเข้าศูนย์ซ่อมซะแล้วเพื่อให้ช่างช่วยตรวจสอบการทำงานของระบบเครื่องยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการสตาร์ท หรือจะตรวจระบบไฟของรถยนต์ด้วยถ้าเราบิดกุญแจแล้วไปที่หน้าปัดมืดสนิทก็จะได้บอกอาการกับช่างได้ครับ

 

หวังว่าวิธีที่ frank แนะนำไปทั้งหมดนี้ จะช่วยให้เราสามารถสรุปปัญหาเบื้องต้นได้ก่อนที่เราจะโทรเรียกช่างมาดูแลอีกทีนะครับ อย่างน้อยที่สุดเราก็ยังรู้ว่ารถของเราเป็นอะไรไป และสมควรที่จะต้องลางานเป็นครึ่งวันหรือลาเต็มวันไปเลยดีกว่ากัน??

 

frank’s box

  • สามารถโทรเข้า จ.ส. 100 ที่เบอร์ 1137 (เสียค่าบริการ) และ *1808 (ฟรีทุกเครือข่าย) เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการจัมป์แบตเตอรี่จากพี่แท็กซี่อาสาฯ ได้
  • โทรบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัทประกันรถยนต์ที่เราใช้บริการอยู่ได้ (Road Side Assistant) ตลอด 24 ช.ม.
  • ควรมีเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของอู่ซ่อมรถ ร้านขายแบตเตอรี่ หรือศูนย์บริการรถยนต์ที่สามารถโทรเรียกให้มาบริการที่บ้านได้ติดบ้านไว้บ้าง ค้นหาจากอินเตอร์เน็ตได้ตามสถานที่เลย
  • ขั้นสุด ให้อุปกรณ์แต่งรถ แต่เราต้องแอบรู้มาก่อนว่าอยากได้อะไร เช่น เปลี่ยนล้อแม็กซ์ หรือกระจังหน้ารถ

 

Credit : http://www.js100.comhttps://www.youtube.com

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ