ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

รถพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle) รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน มีข้อดีที่ ลดการใช้พลังงานน้ำมันได้ 100% เสียงเบา และไม่ปล่อยมลพิษ เป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากใน 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหามลพิษฝุ่นพิษ PM 2.5 รถ EV ถูกพูดถึงในฐานะแผนแก้ปัญหาระยะยาวที่มีประสิทธิภาพ บวกกับเทรนด์โลกที่หันมารักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้ทั่วโลกนั้นผลักดัน EV กันอย่างจริงจัง งั้นวันนี้ เรามาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าทำอย่างไร ให้เจ้ารถพลังงานไฟฟ้านั้น แพร่หลายในไทย

รถ EV ในตลาดโลก

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

มองดูโลก แล้วย้อนมองดูไทย ก่อนจะมาวิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรให้รถ EV แพร่หลายในไทย เราไปดู กันนะครับ ว่า รถ EV ในตลาดโลก เป็นอย่างไร ?

จากรายงานของ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) นปี 2018 รถ EV มียอดขายมากกว่า 5.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 2 ล้านคัน มีการใช้รถ EV ในการขนส่งสาธารณะ (รถบัสไฟฟ้า) มากถึงเกือบ 5 แสนคัน ยิ่งไปกว่านั้นคือรถสองล้อไฟฟ้า (มอไซค์ไฟฟ้า,สกูตเตอร์ไฟฟ้า) ก็มียอดขายรวมทะลุ 300 ล้านคันไปแล้ว! 

จากรายงานของ BloombergNEF บริษัทวิจัยเกี่ยวกับกองทุนพลังงาน คาดการณ์กันว่ายอดขายของรถ EV จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับยอดขายรถที่ใช้น้ำมัน ในปี 2020 จะมีรถ EV ทั่วโลกประมาณ 20 ล้านคัน และปี 2040 รถ EV จะมียอดขายแซงรถที่ใช้น้ำมันในที่สุด

เรียกได้ว่ามาแรงแบบไม่มีหยุด และเป็นอนาคตของวงการรถยนต์อย่างแน่นอน ถ้าเทรนด์โลกมันมาแรงแบบนี้แล้ว มั่นใจได้เลยครับ ไม่ว่าอย่างไร ประเทศไทยก็ต้องเข้าสู่ยุครถ EV อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเข้ามาตอนไหน และจะแพร่หลายสู่คนไทยได้เร็วแค่ไหน แฟรงค์ได้ไปรวบรวมปัจจัยที่ทำให้หลายประเทศผลักดันรถ EV สำเร็จมาแล้ว จะมีปัจจัยอะไรบ้าง ไปดูกัน

  • โครงสร้างพื้นฐานต้องพร้อม
  • ต้องมีรถ EV ครบทุกประเภทความต้องการ
  • ช่างต้องซ่อมได้
  • ต้องมีประกันคุ้มครองเหมือนรถยนต์ทั่วไป
  • กฎหมายต้องเอื้ออำนวย

1.โครงสร้างพื้นฐานต้องพร้อม

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

การจะทำให้รถ EV นั้นแพร่หลายในไทย โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถ EV ต้องพร้อมครับ อย่างแรกเลย ไฟฟ้า ต้องเพียงพอ พราะการที่รถ EV แพร่หลาย หมายความว่าจะต้องมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล นอกจากนั้นยังต้องมี สถานีชาร์จไฟ ที่ได้มาตรฐานกระจายทั่วทั้งประเทศอย่างเพียงพอเหมือนกับปั๊มน้ำมัน

แต่คำว่า เพียงพอ เนี่ย จะต้องมีสถานีชาร์จไฟกี่สถานีล่ะถึงจะเรียกว่าเพียงพอ งั้นเอางี้ครับ เราไปดู ประเทศฝรั่งเศสกันดีกว่า เพราะฝรั่งเศสมีขนาดใกล้เคียงกับประเทศไทย และสามารถผลักดันการใช้รถ EV ได้สำเร็จ 

ย้อนไปในปี 2018 ฝรั่งเศสมีสถานีชาร์จไฟสำหรับรถ EV แล้วถึง 25,000 สถานี ต่อรถ 204,617 คัน ซึ่งประเทศไทยยังมีสถานีชาร์จไฟอยู่แค่ประมาณ 1,000 สถานีเท่านั้น อาจจะดูน้อยนะครับ แต่ก็เพราะว่ารถ EV ในประเทศไทยยังมีอยู่แค่หลักพันคันเท่านั้น แต่หากจะผลักดันให้ รถ EV ในไทยแพร่หลาย ต้องมีการตั้งสถานีให้มากกว่านี้ ทั้งเพื่อรองรับอนาคต และเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อว่าซื้อ EV มาแล้วมีที่ชาร์จแน่นอน ถ้าไม่อย่างนั้น คนไม่ซื้อรถ EV มาใช้แน่ ๆ ครับ

2. ต้องมีรถ EV ครบทุกประเภทความต้องการ

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

เพราะแต่ละคนมีจุดประสงค์ในการใช้รถยนต์ที่แตกต่างกัน บางคนเอาไว้ขับไปทำงาน ขับในเมือง บางคนขับออกต่างจังหวัด หรือบางคนใช้ในการขนส่งสัมภาระ และทุกคนก็จะเลือกซื้อรถที่ตรงกับการใช้งาน 

แต่ตอนนี้ ประเทศไทยยังมีการนำเข้ารถ EV มาขายเพียงไม่กี่ประเภท และส่วนมากเป็นรถแนว City Car ที่เหมาะกับการขับขี่ในเมือง ยังไม่มีการนำรถใช้งานเฉพาะทาง เช่นรถกระบะ EV เข้ามาขาย ซึ่งพอไม่มีรถที่ตรงกับการใช้งานของตัวเอง ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อรถที่ใช้น้ำมันมาใช้แทน 

และอย่าลืมนะครับ ว่ารถไม่เหมือนโทรศัพท์ที่เปลี่ยนกันทุก ๆ ปีสองปี บางคนใช้รถคันเดิมนานเป็นสิบปี การไม่มีรถ EV ให้เลือกครบทุกความต้องการ ทำให้กว่า EV จะแพร่หลายในไทยนั้นใช้เวลานานขึ้น

หากประเทศไทยมีรถ EV ให้เลือกครบทุกความต้องการ และมีราคาที่ไม่ต่างกับรถที่ใช้น้ำมันมากนัก แฟรงค์มั่นใจว่าจะต้องมีหลายคนเลือกใช้รถ EV อย่างแน่นอนเลยครับ

3. ต้องซ่อมบำรุงได้สะดวก

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

แฟรงค์ขอบอกก่อนเลยนะครับ ว่าข้อดีของรถ EV คือ ซ่อมง่าย ดูแลรักษาได้ง่ายกว่ารถที่ใช้น้ำมันแน่นอน เพราะไม่มีเครื่องยนต์ มีชิ้นส่วนน้อย แต่ด้วยความที่ไม่มีเครื่องยนต์นี้เอง ทำให้การซ่อมและการบำรุงรักษารถ EV นั้นแตกต่างกับการซ่อมรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบหนังคนละม้วนเลยครับ

เมื่อเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ มาเป็นแบตเตอรี่ ทำให้วิธีการซ่อมบำรุงนั้นเปลี่ยนไป เครื่องมือที่ใช้ก็เปลี่ยนไป ทำให้ช่างต้องศึกษาวิธีการและการใช้เครื่องมือสำหรับบำรุงรักษารถ EV เช่น การตรวจเช็กแบตเตอรี่ การดูระบบวงจร รวมทั้งวิธีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งในประเทศไทยยังมีช่างที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรถ EV ไม่มากนัก ซึ่งถึงแม้จะโปรโมตว่ารถ EV ซ่อมง่ายกว่ารถทั่วไป แต่ถ้ามีช่างน้อย มีศูนย์ที่ดูแลเฉพาะทางน้อย คนที่กำลังจะซื้อรถ EV ก็อาจกังวลเรื่องบริการหลังการขาย และอาจเปลี่ยนใจไปซื้อรถยนต์พลังงานน้ำมันเหมือนเดิมก็ได้

4. ต้องมีประกันคุ้มครองเหมือนรถยนต์ทั่วไป

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

เพราะประกันรถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นในการใช้รถบนท้องถนนครับ ซึ่งถ้าถามว่า รถยนต์ EV ทำประกันรถยนต์ได้ไหม แฟรงค์ก็ต้องตอบว่า ทำประกันภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. ได้ครับ แต่ประกันภาคสมัครใจนั้น ด้วยความที่รถ EV มีส่วนประกอบและเทคโนโลยีที่ใหม่และต่างกับรถยนต์ทั่วไป 

ทำให้เบี้ยประกันของรถ EV ก็อาจจะสูงกว่ารถทั่วไปอยู่พอสมควร  เนื่องจากอะไหล่กับศูนย์ซ่อมในประเทศไทยยังมีน้อย และในปี 2019 นี้ ประกันรถยนต์ EV ในประเทศไทยก็ยังดูไม่ชัดเจน คนซื้อก็สงสัยว่า ซื้อไปแล้วจะมีบริษัทไหนให้ทำประกันไหม ซึ่งถ้าบริษัทประกัน มีการออกประกันรถยนต์ EV โดยเฉพาะขึ้นมา และมีเบี้ยประกันที่ใกล้เคียงกับรถทั่วไป เชื่อว่าจะมีคนมั่นใจ และหันมาใช้รถ EV เพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ คนไหนกำลังจะซื้อรถ EV ในไทย หรือซื้อรถมาแล้ว และกำลังจะทำประกันรถ EV ลองทักมาหา frank.co.th เพื่อสอบถามรายละเอียดลองเช็กเบี้ยกับแฟรงค์ก่อนได้นะ

5. กฎหมายต้องเอื้ออำนวย

ทำอย่างไรให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทย

ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยครับ เพราะทุกประเทศที่สามารถผลักดันให้มีการใช้รถ EV อย่างแพร่หลายได้นั้น ล้วนแล้วแต่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อสนับสนุนการใช้รถ EV ด้วยกันทั้งสิ้น เริ่มตั้งแต่เรื่องของ “ภาษีนำเข้ารถ EV ” เลยครับ จริง ๆ แล้วรถ EV หลายคันมีราคาถูกมากนะครับ เช่น นิสสัน Leaf ที่ราคาจากประเทศญี่ปุ่นแค่ประมาณ 9 แสนกว่าบาทเท่านั้น แต่เมื่อนำเข้ามาในประเทศไทย โดนภาษีนั่นนี่ ราคาขายจริงออกมา 1.99 ล้านบาท แพงกว่าราคาต้นเท่าตัวเลย แบบนี้ คนอยากใช้ EV แค่ไหนเห็นราคาก็ต้องถอยบ้างล่ะ ดังนั้น ภาครัฐต้องออกมาตรการลดภาษีนำเข้า เพื่อลดราคาของรถ EV ให้สามารถสู้ในตลาดได้อย่างสูสี เชื่อว่ารถ EV จะกลายเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับคนที่ต้องการซื้อรถอย่างแน่นอน

ไม่เพียงแค่นั้นนะครับ หลาย ๆ ประเทศ ยังมีการออกกฎหมายเพื่อจูงใจให้คนหันมาใช้ EV เช่น ประเทศนอร์เวย์มีการตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ชาร์จไฟฟรี ยกเว้นค่าผ่านทาง และสามารถจอดรถในที่สาธารณะได้ฟรี  หรือประเทศเยอรมันก็มีการยกเว้นภาษียานยนต์ตั้งแต่ 5 – 10 ปี มีที่จอดรถสำหรับรถ EV โดยเฉพาะไว้ให้บริการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คนหันมาใช้รถ EV มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

รถ EV นั้นมีข้อดีมากมาย และเป็นอนาคตของวงการยานยนต์อย่างแน่นอน แฟรงค์เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็สนใจอยากเป็นเจ้าของ รถ EV เหมือนกัน แต่ก็ยังกังวลเพราะข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งถ้าหากประเทศไทยสามารถทำ 5 สิ่งต้องทำหากอยากให้รถพลังงานไฟฟ้าแพร่หลายในไทยได้สำเร็จ เชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะวิ่งเต็มถนนเมืองไทยอย่างแน่นอนครับ

เคล็ดลับประกันรถยนต์

 

Content Writer ที่รักในการเขียน การเล่าเรื่อง การนอน และช็อกโกแลตเย็น เลยอยากที่จะสร้างงานเขียนดีๆ บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ และนอนกินช็อกโกแล็ตเย็นไปด้วย