ไฟหน้ารถ,ไฟหรี่,ไฟสูงและไฟท้ายใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

how-to-use-your-vehicle-lighting-efficiency

 

อ่านเร็วๆ

  • ไฟหน้ารถ มีทั้งไฟสัญลักษณ์ (indicator light), ไฟฉุกเฉิน&ไฟเลี้ยว (emergency & turning  light ), ไฟหรี่ (dipped beam light), ไฟหน้า (main beam light) และไฟตัดหมอก (fog light)
  • ไฟท้ายรถ มีทั้งไฟสัญลักษณ์ (indicator light), ไฟฉุกเฉิน (emergency & turning llight), ไฟถอยหลัง (return light), ไฟเบรค (break light) และไฟตัดหมอกหลัง (fog light)
  • การใช้งานไฟแต่ละชนิด เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น ไฟหรี่หรือไฟต่ำใช้เมื่อเราต้องการมองเห็นไฟระบบควบคุมต่างๆ ในรถเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุในการขับขี่
  • การดูแลความสว่างของหลอดไฟควรตรวจเช็คทุก 10,000 ก.ม.หรือปีละ 1 ครั้งหรือถ้าต้องเปลี่ยนให้เปลี่ยนเป็นคู่เพื่อให้ความสว่างที่ได้เท่ากัน
  • ถ้าต้องเปลี่ยนหลอดไฟหน้ารถควรเปลี่ยนอย่างไรให้ถูกกฎหมายจราจร

 

ปกติแล้วก่อนการเดินทางไกลเรามักตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนการเดินทางกันใช่ไหมครับ? นอกจากความพร้อมของเครื่องยนต์หรือระบบเบรกแล้ว ยังมีเรื่องของไฟหน้ารถและไฟท้ายรถที่เราไม่ควรจะมองข้ามด้วยเพราะเป็นเรื่องของทัศนวิสัยที่เราต้องใช้ในการเดินทางโดยเฉพาะในเวลากลางคืนรวมถึงส่งผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถเพื่อนร่วมถนนด้วยตามข่าวที่เจ้าหน้าที่คุมเข้มเรื่องไฟตัดหมอก-ซีนอน

 

ว่าแต่..เรารู้จักไฟหน้าไฟหลังของรถเราบ้างแล้วยังครับว่ามีไฟอะไรบ้าง? แต่ละไฟควรใช้เมื่อไหร่? และเราตรวจดูด้วยตัวเองเบื้องต้นอย่างไรว่ามันทำงานได้อย่างถูกต้อง

 

how-to-use-your-vehicle-front-light-efficiency

 

ไฟหน้ารถ

 

 

  • ไฟสัญญลักษณ์ (indicator light)

 

เรื่มกันที่ไฟสัญลักษณ์กันก่อนเลยครับ ไฟที่ว่านี้เป็นสัญญาณบอกว่าเราได้เปิดใช้ระบบไฟฟ้าของรถยนต์แล้ว ส่วนรูปร่างก็จะต่างกันไปตามรุ่นและยี่ห้อของรถยต์โดยจะมีทั้งไฟหน้าและไฟหลังหรือในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็ปรับมาใช้หลอดไฟ LED แทนเพื่อความสวยงามและความสว่างไปในตัวครับ

 

 

  • ไฟฉุกเฉินหรือไฟเลี้ยว (emergency & turning light)

 

ไฟฉุกเฉินหรือไฟเลี้ยวที่อยู่ด้านหน้าของรถที่เป็นหลอดสีส้มๆ นัั้นเอาไว้เป็นสัญญาณบอกว่าเราต้องการเปลี่ยนทิศทางรอไปด้านไหน หรือแม้กระทั่งการเปิดไฟกระพริบเมื่อเราต้องการให้สัญญาาณไฟฉุกเฉินก็ได้เช่นกันครับ

 

 

  • ไฟหรี่/ไฟต่ำ (dipped beam light/parking light)

 

ไฟหรี่โดยปกติแล้วจะอยู่ด้านข้างของไฟหน้ารถเรามักจะใช้เมื่อเราต้องการแสงสว่างของแผงควบคุมรถตอนอยู่ในที่จอดรถ, ขับรถในอุโมงค์หรือตอนที่เราจอดรถอยู่แล้วต้องการ้ปิดไฟทิ้งไว้

 

ซึ่งการใช้งานจริงนั้น เราสามารถเปิดไฟหรี่ได้ตอนที่แสงสว่างภายนอกเริ่มน้อยลง, เริ่มมองเห็นภายในรถตัวเองไม่ชัดก็ได้เช่นเดียวกันครับ เน้นไปที่ความปลอดภัยในการขับขี่เป็นหลักนะครับ

 

หรือหลายคนที่เป็นมือใหม่หัดขับน่าจะเคยเจอการเปิดไฟผิดกันมาบ้าง ( frank ก็เป็นครับตอนขับรถกลางคืนคนเดียวครั้งแรกในชีวิต เปิดไฟหน้าแล้วทำไมไฟไม่ว่างเลยฟระ) คือ เปิดไฟหรี่แทนเปิดไฟหน้าซะงั้น ฮ่า…..า กรุณาเปิดคู่มือรถยนต์อ่านให้เข้าใจก่อนออกถนนคนเดียวนะครับว่าปุ่มควบคุมต่างๆ ในรถของเราอยู่ตรงไหน เปิดไฟอะไรที่ตรงไหน เพื่อความปลอดภัยครับของคุณและเพื่อร่วมทางครับ

 

vehicle-headlights

 

 

  • ไฟหน้า (main beam light)

 

ไฟหน้ารถเป็นไฟที่ให้แสงสว่างหลักในการขับขี่ยามค่ำคืน ซึ่งระยะของการมองเห็นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการควบคุมรถและการใช้ความเร็วครับ เช่น ถ้าเราต้องการการมองเห็นในระยะไกลเมื่อเราขับด้วยความเร็วสูงเราสามารถเลือกใช้

 

 

Ο ไฟสูง (country/motorway light)

 

เพื่อการขับขี่ทางไกลเวลานานที่ต้องใช้ความเร็วสูง เช่น การขับรถไปต่างจังหวัดที่ต้องการการมองเห็นล่วงหน้าไกลๆ เพื่อที่เราจะได้ปรับลดความเร็วในระยะที่เรายังสามารถควบคุมรถได้อยู่

 

 

Ο ไฟต่ำ (city light)

 

เมื่อเราขับขี่อยู่ในเมืองและบางช่วงถนนยังเป็นเลนส์ที่ขับสวนกันอยู่ เราจึงต้องระวังความสว่างของไฟหน้ารถเราจะไม่ไปรบกวนสายตาของรถในเลนส์ฝั่งตรงข้ามครับ

 

อ่อ ถ้าเราใช้ไฟหน้ารถไม่เหมาะสม คือ แสงไฟหน้ารถเราไปแยงตาคันที่ขับฝั่งตรงข้าม จะใช้การกระพริบไฟสูงเตือนเรามานะครับ เราก็ควรปรับไฟหน้ารถมาเป็นไฟต่ำด้วยนะครับ

 

 

  • ไฟตัดหมอก (fog light)

 

การใช้ไฟตัดหมอกนั้น เราจะใช้เมื่อเราเริ่มมองไม่เห็นพื้นผิวของถนนที่เราขับขี่ไป เช่น เริ่มมีหมอกบนพื้นถนนเนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนหรือเมื่อเราขับขี่รถยนต์ไปเจอฝนตกหนัก ไฟตัดหมอกจะช่วยให้เรามองเห็นทางข้างหน้าระยะใกล้ได้ดีขึ้น

 

how-to-use-your-vehicle-back-light-efficiency

 

ไฟท้ายรถ

 

 

  • ไฟสัญญลักษณ์ (indicator light)

 

เป็นไฟที่แสดงว่าเราได้ทำการเปิดระบบไฟฟ้าในรถแล้ว เพื่อให้รถคันที่ขับตามมากะระยะห่างในการขับขี่ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ซึ่งก็มีรูปแบบหรือความล้ำที่ต่างกันไปตามแต่ละรุ่นหรือยี่ห้อรถยนต์

 

  • ไฟฉุกเฉินหรือไฟเลี้ยว (emergency & turning light)

เป็นสัญญาณไฟที่ช่วยให้เราบอกทิศทางในการควบคุมรถให้รถคันที่ขับตามเรามารู้ว่าเราต้องการจะไปทิศไหน เพื่อทั้งชะลอความเร็วและบอกสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้นต่างๆ ด้วย

 

ไม่ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินระหว่าขับรถฝ่าฝนตกหนักนะครับ รถคันที่ขับตามมาจะเข้าใจว่ารถของคุณอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเข้าใจว่ารถของคุณกำลังจอดอยู่ ควรใช้ไฟสูงเพื่อให้มองเห็นทางข้างหน้าร่วมกับไฟตัดหมอกหน้า-หลังเพื่อให้รถคันที่ขับตามมากะระยะรถเราได้ดีกว่าครับ

 

 

  • ไฟถอยหลัง (return light)

 

ไฟถอยหลังก็ใช้ตามสถานกรณ์เลยครับ คือ เมื่อคุณต้องการถอยหลังนั่นเองเพียงแต่รถแต่ละรุ่นอาจจะมีไฟท้ายที่ต่างกันไปบางรุ่นอาจจะมีไฟท้ายแค่ดวงเดียวและเป็นสัญลักษณ์สากลที่ไฟถอยหลังเป็นสีขาวเมื่อคุณเข้าเกียร์ถอยหลังนะครับ   

 

 

  • ไฟเบรค (brake light)

 

ไฟเบรคจะติดเมื่อคุณเหยียบเบรคเพื่อชะลอความเร็วของรถ เป็นสัญลักษณ์สากลที่เป็นสัญญาณไฟท้ายสีแดงเพื่อให้รถคันหลังที่ตามมาทราบว่าคุณกำลังลดความเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการขับชนท้ายกันนั่นเอง

 

 

  • ไฟตัดหมอกหลัง (fog light)

 

ในรถบางรุ่นนอกจากมีไฟตัดหมอกหน้าแล้ว ยังมีไฟตัดหมอกหลังด้วยซึ่งวัตุประสงค์หลักก็เพื่อให้รถคันที่ขับตามคุณมาทราบว่า ด้านหน้ามีรถขับอยู่และสภาพพื้นผิวถนนเป็นอย่างไรและควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้น

 

ตามพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงฉบับที่ 2 สรุปสั้นๆ ว่าเราสามารถใช้สีขาวหรือสีเหลืองเท่านั้น

 

การดูแลรักษาไฟรถยนต์

 

ส่วนการดูแลรักษานั้นก็ไม่ยากเลยครับ เราเพียงแค่

  1. ตรวจสอบระบบไฟหน้าและไฟท้ายปีละ 1 ครั้งโดยทดสอบทุกระบบไฟที่สำคัญ
  2. เมื่อต้องเปลี่ยนหลอดไฟให้เปลี่ยนเป็นคู่ เพื่อความสว่างที่เท่ากัน
  3. ทำความสะอาดโคมไฟหน้ารถเมื่อเริ่มรู้สึกว่าแสงสว่างลดลงหรือเริ่มมีสีเหลือง โดยใช้ยาสีฟันขัดโคมไฟหน้าได้ด้วยตัวเองได้เลย
  4. ถ้าจะเปลี่ยนไฟหน้ารถในครั้งหน้าลองเปลี่ยนเป็นไป LED ที่ให้ความสว่างมากขึ้นและให้แสงสว่างที่เร็วขึ้น

 

ก่อนที่จะเปลี่ยนไฟในครั้งหน้าอย่าลืมศึกษาข้อกฎหมายจราจรที่เกี่ยวกับการใช้ไฟส่องสว่างก่อนด้วยนะครับ ตามพ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กฎกระทรวงฉบับที่ 2 สรุปสั้นๆ ว่าเราสามารถใช้สีขาวหรือสีเหลืองเท่านั้น ส่วนเรื่อง กำลังไฟ ระยะห่างและองศาหรรือมุมนั้นให้ทำ พ.ร.บ.กำหนดไว้ครับ  

 

frank’s box

 

Credit: https://car.kapook.com, http://www.motorward.com, http://www.komchadluek.net, http://www.aeb.in.th, http://www.ratchakitcha.soc.go.th

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ