ติวเข้ม! 8 คำถามสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา อ่านครบสอบผ่านแน่นอน

ถ้าใครเคยไปเที่ยวต่างประเทศ คงเคยผ่านประสบการณ์การขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศกันมาแล้ว และหลายๆ ประเทศก็ขึ้นชื่อเรื่องความ “ยาก” ของการสัมภาษณ์เพื่อขอวีซ่า โดยเฉพาะใครจะไปเที่ยวอเมริกา เพนกวิน Frank ขอกระซิบบอกเลยว่าการขอวีซ่าอเมริกานั้นยากพอตัวเลย เอกสารต้องพร้อม รูปถ่ายต้องชัด และที่สำคัญ ต้องผ่านด่านสัมภาษณ์อันโหดหินจากสถานทูตอเมริกาอีกต่างหาก ว่ากันว่าตกกันเกือบครึ่ง แถมค่าใช้จ่ายในการขอสัมภาษณ์ครั้งนึงยังเกือบๆ 6,000 บาท แม้คุณจะเตรียมเอกสารไปพร้อมแค่ไหน หากตอบคำถามไม่ดี ตกสัมภาษณ์ทีคงเซ็งไม่น้อย ดังนั้น วันนี้เรามาติวกันดีกว่า ว่าสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกายังไงให้ผ่านฉลุย!!

วีซ่านักท่องเที่ยวคืออะไร

8 คำถามสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา

นอกจากเรียนรู้ How to ขอวีซ่าอเมริกาด้วยตัวเอง ง่ายๆ แบบผ่านชัวร์ 100% ตามระเบียบของสถานทูตสหรัฐได้แบ่งประเภทของวีซ่าชั่วคราวออกเป็นหลายประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการเข้าประเทศ โดยวีซ่าสำหรับเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยวคือ วีซ่า B-2 เป็นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อการไปเยี่ยมญาติหรือคนรู้จัก การเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ การเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาสมัครเล่นที่ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ เป็นต้น

คำถามสัมภาษณ์ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาเป็นอย่างไร

รูปแบบคำถามสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา จะเป็นคำถามทั่วไปเกี่ยวกับตัวคุณและการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา โดยหลายคนจะกังวลว่า พูดอังกฤษไม่เก่งจะเป็นอะไรไหม? ขอบอกเลยว่าไม่เป็นปัญหาครับ เพราะผู้สัมภาษณ์สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ หากเราสะดวกสื่อสารเป็นภาษาไทยก็สามารถบอกเขาได้เลย สิ่งที่ควรกังวลมากกว่า คือคำตอบที่เราเตรียมไปครับ เพราะหัวใจของการสัมภาษณ์นั้น คือการทำให้เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์มั่นใจว่าเราจะไปท่องเที่ยวจริงๆ ไม่ใช่ไปถึงแล้วโดดวีซ่าในอเมริกา ซึ่งวันนี้เพนกวิน Frank ได้รวบรวมคำถามที่มักเจอในการสัมภาษณ์ พร้อมแนวคำตอบมาให้แล้ว ดังนี้

1. Why are you going to the US? / ทำไมคุณถึงอยากไปเที่ยวอเมริกา?

แนวคำตอบ : ตอบไปตามตรงเลยครับ ว่าไปท่องเที่ยว ไปเยี่ยมญาติต้องมีจดหมายเชิญ ไปคอนเสิร์ต งานแต่ง ซึ่งหากไปงานที่มีบัตรเชิญหรือบัตรเข้างานให้แนบไปด้วยนะครับ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

2. Where will you go in the US? / คุณจะไปที่ไหนบ้าง?

แนวคำตอบ : ให้ตอบชื่อเมืองที่เราจะไปให้ครบ อาจบอกสถานที่ที่จะไปด้วยก็ได้ เช่น ไปซิลิคอนวัลเลย์ ที่แคลิฟอเนีย โดยควรบอกให้สอดคล้องกับจำนวนวันที่ไป เพราะหากคุณไปหนึ่งเดือน แต่มีสถานที่จะไปแค่ที่เดียวก็อาจดูน่าสงสัยได้

3. How many days you will stay in the US? / คุณจะอยู่ในอเมริกานานแค่ไหน?

แนวคำตอบ : ตอบจำนวนวัน พร้อมกับวันเดินทางไป – กลับด้วยครับ เช่น 15 วัน เดินทางวันที่ 15 มกราคม กลับวันที่ 30 มกราคม

4. Where will you stay in the US? / คุณจะไปพักที่ไหน?

แนวคำตอบ : ตอบชื่อเมืองที่คุณจะไปพักครับ แต่หากจะให้ดี ตอบทั้งชื่อเมืองและชื่อโรงแรม หรือหากมีหลักฐานการจองโรงแรมหรือที่พักก็ให้พนักงานดูด้วยเลย

5. Who is sponsoring you? / ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้กับคุณ?

แนวคำตอบ : หากคุณไปท่องเที่ยวด้วยเงินเก็บของตนเอง สามารถตอบว่าตัวเองได้เลย แต่หากคนอื่น เช่นพ่อหรือแม่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ให้ตอบตามความจริง โดยเจ้าหน้าที่อาจขอดูรายการเดินบัญชี หรือสเตทเม้นท์ (Statement) หรือถามถึงอาชีพของพ่อและแม่เพิ่มด้วย

6. Do you know anyone in the US/ คุณมีคนรู้จักในอเมริกาไหม?

แนวคำตอบ : ให้ตอบว่ามีหรือไม่มี หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะถามคำถามอื่นต่อ แต่หากคุณมี เจ้าหน้าที่จะถามต่อว่าคนนั้นเป็นใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับคุณ คนนั้นพักอยู่ที่ไหน ทำอาชีพอะไร และอื่นๆ ดังนั้น หากมีคนรู้จักอยู่ที่นั่น ให้จำข้อมูลของเขาไว้ด้วยนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถเช็คได้ทันที หากเราตอบไม่ตรง ชื่อเมืองผิด บอกอาชีพผิดล่ะก็ เตรียมบอกลาวีซ่าอเมริกา บอกลาทริปทัวร์อเมริกาในฝันได้เลย

7. Did you ever go abroad before? / คุณเคยไปประเทศไหนมาบ้าง?

แนวคำตอบ :  หากคุณไม่เคย ให้บอกเจ้าหน้าที่ไปตามตรง แต่หากคุณเคย ให้บอกประเทศที่คุณเคยไปมา ทั้งไปเรียน เทียว หรือไปทำงาน โดยหากจำระยะเวลาของแต่ละประเทศได้ก็ให้บอกไปด้วย เช่น เคยไปเรียนญี่ปุ่นสองปี เคยไปเที่ยวยุโรปหนึ่งเดือน

8. What do you do in Thailand? / คุณประกอบอาชีพอะไรในประเทศไทย?

แนวคำตอบ : ให้ตอบอาชีพ ตำแหน่ง พร้อมบริษัทให้ครบในทีเดียวเลยครับ หรือหากใครเป็นนักศึกษา ก็ให้ตอบชื่อสาขาที่เรียน ระดับ พร้อมชื่อมหาวิทยาลัย หรือหากใครว่างงาน เป็นฟรีแลนซ์ หรือเกษียนแล้วก็สามารถตอบได้ตามตรง ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะดูเอกสารอื่นๆ เช่นรายการเดินบัญชีของเราประกอบไปด้วย

สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างคือ เวลาสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะดูหนังสือ ยื่นคำร้องขอวีซ่าสหรัฐอเมริกา DS-160  ที่เรากรอกควบคู่ไปด้วย ซึ่งคำถามที่ถามนั้นจะมาจากข้อมูลที่เรากรอกลงไป ดังนั้น ควรกรอกหนังสือ DS-160 ให้ตรงกับความจริงที่สุด และตอบคำถามให้ตรงกับที่กรอกในหนังสือ DS-160 ด้วย เช่น หากในหนังสือ DS-160 เขียนว่าเรามีญาติอยู่ที่อเมริกา เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าเรามีญาติอยู่ที่อเมริกาหรือไม่ ห้ามตอบว่าไม่มีเด็ดขาด เพราะจะขัดกับข้อมูลในหนังสือ หากตอบข้อใดข้อหนึ่งขัดกัน ก็มีสิทธิที่วีซ่าจะไม่ผ่านสูงเลย ซึ่งเมื่อวีซ่าของคุณได้รับการอนุมัติ ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งทันทีตอนสัมภาษณ์ และจะขอหนังสือเดินทางไว้ สำหรับดำเนินการพิมพ์หน้าวีซ่า รอเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ วีซ่าจะถูกส่งไปถึงบ้านตามที่อยู่ที่ระบุไว้

นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการขอวีซ่าต้องแจ้งข้อมูลบัญชีโซเชียลมีเดีย อีเมล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ตนเองใช้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลงไปด้วย หากใครไม่มีก็สามารถกรอกว่าไม่มีได้ แต่ต้องกรอกตามความจริงนะ! เพราะหากตรวจสอบแล้วพบว่าตั้งใจปกปิดบัญชีโซเชียลมีเดีย อาจจะถูกกักตัวหรือยื่นวีซ่าไม่ผ่านเลย โดยสาเหตุที่ต้องออกมาตรการนี้ ก็เพื่อป้องกันการก่อการร้ายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั่นเอง

8 คำถามสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกา

และนี่ก็คือ เทคนิคสัมภาษณ์ขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกายังไงให้ผ่านฉลุย โดยทั้ง 8 คำถามที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าเป็นคำถามคลาสสิคเลย  ซึ่งใครจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวไปยังอเมริกาต้องได้ตอบตอนสัมภาษณ์อย่างแน่นอน ซึ่งหากคุณตอบคำถามที่ว่ามานี้ได้อย่างฉะฉานคล่องแคล่ว วีซ่านักท่องเที่ยวที่คุณต้องการก็อยู่ในมือคุณไปแล้วครึ่งนึง ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเอกสาร เงินในบัญชี (และดวงนิดหน่อย) แม้บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็อาจถามคำถามนอกเหนือจากนี้ แต่ทั้งหมดก็ยังเกี่ยวกับตัวคุณอยู่ดี ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเจอคำถามที่ยากเกินไป แค่ตอบตามความจริง และตอบอย่างมั่นใจก็พอครับ

สุดท้ายนี้เพนกวิน Frank ก็ขออวยพรทุกคนที่อยากไปทัวร์อเมริกา ให้สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาผ่านตามที่ใจหวังนะครับ และนอกจากวางแผนเที่ยวในฝันแล้ว อย่าลืม ทำประกันการเดินทาง ไว้ด้วยนะครับ จะได้ท่องเที่ยวอย่างสบายใจหายห่วง

ซื้อประกันเดินทาง

Content Writer ที่รักในการเขียน การเล่าเรื่อง การนอน และช็อกโกแลตเย็น เลยอยากที่จะสร้างงานเขียนดีๆ บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ และนอนกินช็อกโกแล็ตเย็นไปด้วย