10 เส้นทางขับรถเที่ยว วิวสวย ฤดูฝน

10 เส้นทางขับรถเที่ยว วิวสวย ฤดูฝน

 

หน้าฝนแบบนี้การท่องเที่ยวแนวธรรมชาติน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเดินป่า ขึ้นเขา หรือลุยน้ำตก เพื่อนๆ ก็จะได้พบความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างที่หาจากฤดูไหนไม่ได้ ลองจินตนาการดูสิว่าถ้าได้ตื่นมาโดยมีทะเลหมอกหนาๆ ในตอนเช้าโอบล้อมรอบตัว รวมถึงอากาศเย็นๆ ในวันฝนตก สูดไอดินกลิ่นธรรมชาติจะฟินขนาดไหน โดย 10 เส้นทางวิวสวยที่ Frank นำมาฝากกันนี้ บอกเลยว่าเหมาะแก่การเที่ยวในหน้าฝนนี้เป็นที่สุด จะมีที่ไหนบ้างตามมาดูเลย

1. นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง จ. เชียงใหม่
 
นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง จ. เชียงใหม่-1นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง จ. เชียงใหม่-2นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง จ. เชียงใหม่-3
นาข้าวขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียง อ. แม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ เป็นเส้นทางสายธรรมชาติที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวในหน้าฝนเป็นอันดับต้นๆ เลย เพราะในช่วงหน้าฝนประมาณเดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคม เพื่อนๆ จะได้เห็นหยดน้ำที่กล้าข้าวสะท้อนแสงแดดเป็นประกายสวยงาม และถ้าไปเที่ยวช่วงเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม เพื่อนๆ จะได้ชมความเขียวขจีของนาขั้นบันไดที่เขียวเต็มท้องทุ่ง และจะเห็นรวงข้าวสีทองในช่วงปลายเดือนตุลาคม เรียกได้ว่าตั้งแต่ต้นฤดูฝนยันปลายฤดูฝนนาข้าวขั้นบันไดที่บ้านป่าบงเปียงจะสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนๆ ได้แน่นอน

การเดินทาง: จากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มให้เลี้ยวขวา จะเห็นเซเว่น อีเลเว่นอยู่ทางฝั่งขวามือ จากนั้นขับรถตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตรจะเจอทางแยกซ้ายมือไปวัดพุทธเอิ้นและนาขั้นบันไดบ้านกองกาน ให้ตรงไปก่อนแล้วจะพบกับบ้านต่อเรือ จากนั้นขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณ 10 กิโลเมตรจะถึงบ้านทุ่งยาว ให้สังเกตหลักกิโลแม่นาจร 16 โดยเลี้ยวขวาไปจะพบกับวัดทุ่งยาว และให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะเจอหมู่บ้านแม่มิงค์ โรงเรียนอินทนนท์วิทยา จากนั้นเลี้ยวขวาไปยังหน่วยจัดการต้นน้ำแม่อวม ไปยังบ้านป่าตึง และให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนทางลาดยางและขับตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะพบทางแยก ให้เลี้ยวขวาไปยังบ้านป่าบงเปียง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที หรือบินตรงไปยังสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เลยก็ได้
 

โรงแรมใน จ. เชียงใหม่

2. อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ. ชัยภูมิ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ. ชัยภูมิ-1 อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ. ชัยภูมิ-2 อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ. ชัยภูมิ-3
 
ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ทุ่งดอกกระเจียวถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาด โดยเพื่อนๆ สามารถไปชมทุ่งดอกกระเจียวได้ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ. ชัยภูมิ เพื่อนๆ จะได้พบกับดอกกระเจียวสีชมพูหวานๆ ที่แข่งกันบานชูช่อ ท่ามกลางธรรมชาติของขุนเขาและป่าไม้ โดยในแต่ละปีจะมีให้ชมเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น และในปีนี้พิธีเปิดจะจัดขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายน 2560 พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมาย และงานจะมีไปจนถึง 30 กันยายน 2560 นอกจากทุ่งดอกกระเจียวที่เป็นไฮไลท์ของอุทยานฯ แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอีก ไม่ว่าจะเป็นผาสุดแผ่นดิน ลานหินงาม ฯลฯ

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ สามารถขับรถส่วนตัวไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านสระบุรีไปยังสามแยกพุแค จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 สู่บ้านลำนารายณ์ จากนั้นเลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 เส้นทางลำนารายณ์–ลำสนธิ–เทพสถิต–หนองบัวโคก-นครราชสีมา โดยเดินทางจากบ้านลำนารายณ์ไปประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไป อ. หนองบัวระเหวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตรก็จะถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ ตรงไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการของอุทยานฯ
 

โรงแรมใน จ. ชัยภูมิ

3. ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์
 
 ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์-1 ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์-2 ภูทับเบิก จ. เพชรบูรณ์-3
 

จะมีฤดูไหนเหมาะกับการมาเที่ยวภูทับเบิก อ. หล่มเก่า จ. เพชรบูรณ์มากไปกว่าฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูที่ชาวบ้านจะปลูกกะหล่ำปลีสีเขียวเต็มทุ่งตลอดทั้งหุบเขา และที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา Expedia แนะนำว่าให้ไปเที่ยวช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายนก่อนที่ชาวบ้านจะเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งจะทำให้เพื่อนๆ ได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มาเก็บกะหล่ำปลีไปขาย นอกจากนั้นภูทับเบิกยังเป็นสถานที่ที่เดินทางมาง่าย ช่วงฤดูฝนก็จะมีอากาศเย็นสบาย แถมยังชมทะเลหมอกในตอนเช้าและหลังฝนตกได้ด้วย

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ตรงไปจนถึงกิโลเมตรที่ 125 จากนั้นแยกไปทางขวามือเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ต่อไปอีก 221 กิโลเมตรก็จะถึงเพชรบูรณ์ จากตัวเมืองเพชรบูรณ์ให้ขับรถต่อไปตามเส้นเดิมคือทางหลวงหมายเลข 21 จากตัวเมืองไปถึง อ. หล่มสักมีระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางเลี่ยงเมืองหล่มสักบนทางหลวงหมายเลข 12 และเลี้ยวเข้าสู่ถนนหมายเลข 2372 จากนั้นเลี้ยวซ้ายอีกครั้งสู่ถนนหมายเลข 2331 ก็จะเป็นเส้นทางขึ้นเขาไปสู่ภูทับเบิก

โรงแรมใกล้ภูทับเบิก

4. เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์
 
 เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์-1
 เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์-2 เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์-3
หากไปภูทับเบิกแล้วก็ต้องแวะมาเขาค้อด้วย เพราะอยู่ห่างกันไม่ถึง 100 กิโลเมตร การมาเที่ยวเขาค้อในฤดูฝนนั้นเรียกได้ว่าสุดโรแมนติกจริงๆ เพราะสามารถมองเห็นวิวภูเขาอันเขียวขจีตัดกับสายหมอกสวยงามและสดชื่น เหมาะกับคนที่ต้องการจะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ แถมจุดท่องเที่ยวที่เขาค้อนั้นยังมีหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่วัดกองเนียน จุดชมทะเลหมอกที่ไปรษณีย์เขาค้อ ซึ่งบางวันนั้นมีทะเลหมอกให้ชมกันจนถึง 9 โมงเลย และห้ามลืมถ่ายรูปกับป้ายหนาวนี้ที่เพชรบูรณ์ด้วยนะ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่ามาไม่ถึง ส่วนจุดชมวิวใหม่ล่าสุดก็คือที่ทุ่งกังหันลม เมื่อเข้ามาในบริเวณแคมป์สนจะเห็นกังหันลมตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ถ่ายรูปแล้วไปบอกเพื่อนๆ ว่าอยู่ต่างประเทศก็คงไม่มีใครสงสัยเพราะว่าสวยงามมากจริงๆ

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธินไปเส้นทางสระบุรี จากนั้นก่อนจะถึงสระบุรีให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านลพบุรีจนถึงเพชรบูรณ์ จากนั้นให้ขับรถต่อไปเรื่อยๆ จาก อ. เมืองประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงแยกนางั่วให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2196 ตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงเส้นทางท่องเที่ยวเขาค้อ

โรงแรมในเขาค้อ

5. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ. เลย จ. พิษณุโลก และ จ. เพชรบูรณ์
 
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ. เลย จ. พิษณุโลก และ จ. เพชรบูรณ์-1อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ. เลย จ. พิษณุโลก และ จ. เพชรบูรณ์-2อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ. เลย จ. พิษณุโลก และ จ. เพชรบูรณ์-3

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่อยู่ 3 จังหวัดด้วยกัน ได้แก่ อ. ด่านซ้าย จ. เลย อ. นครไทย จ. พิษณุโลก และ อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์ นอกจากจะเป็นเส้นทางวิวสวยในช่วงหน้าฝนแล้ว บริเวณนี้ยังเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของนักรบไทยในอดีตอีกด้วย โดยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 18 – 25 องศาเซลเซียส โดยในอุทยานฯ จะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้แวะเที่ยวมากมาย อาทิ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกผาลาด น้ำตกตาดฟ้า ฯลฯ ซึ่งในช่วงหน้าฝนแบบนี้ระหว่างทางเพื่อนๆ จะได้พบกับความชุ่มฉ่ำและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง นอกจากนั้นเพื่อนๆ ยังได้ชื่นชมความงามของดอกเปราะภู ดอกเอนอ้า และดอกลิ้นมังกรที่บานสะพรั่งเฉพาะในช่วงหน้าฝนประมาณเดือนกรกฎาคม – เดือนสิงหาคมให้เราได้ชมกันอีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณลานหินแตกและลานหินปุ่มจะมีให้เพื่อนๆ ได้เห็นตลอดสองข้างทาง

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ตรงไป 130 กิโลเมตรก็จะถึงตัวเมืองพิษณุโลก จากตัวเมืองพิษณุโลกให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2013 ไปทาง อ. นครไทย ก่อนถึงตัวอำเภอจะมีทางแยกขวามือตามทางหลวงหมายเลข 2331 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า โดยเส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยวเป็นระยะ ต้องใช้ความระมัดวังในการขับขี่

โรงแรมใกล้อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

6. ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์ และ จ. พิษณุโลก
 
ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์ และ จ. พิษณุโลก-1ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์ และ จ. พิษณุโลก-2ภูสอยดาว จ. อุตรดิตถ์ และ จ. พิษณุโลก-3

เส้นทางชมธรรมชาติที่สุดท้ายที่เราอยากแนะนำก็คือที่ภูสอยดาว โดยภูสอยดาวมีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ทั้งที่ จ. อุตรดิตถ์ และ จ. พิษณุโลก ภูสอยดาวในช่วงหน้าฝนนั้นมีไฮไลท์เด็ดคือ “ทุ่งดอกหงอนนาค” ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกปี ซึ่งจะออกดอกสีม่วงบานสะพรั่งเต็มทุ่งในฤดูฝน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม – เดือนกันยายนของทุกปี รวมไปถึงดอกไม้ชนิดอื่นๆ อย่างดอกสร้อยสุวรรณา ดอกหญ้ารากหอมให้ได้ชมกันพร้อมต้นไม้สีเขียวชอุ่มโดยรอบ นอกจากนี้ภายในภูสอยดาวยังมีเส้นทางธรรมชาติให้เราได้ชมและแวะเที่ยวกันอีก ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกภูสอยดาว ลานสนสามใบภูสอยดาวและทุ่งดอกไม้ในป่าสน น้ำตกสายทิพย์ ฯลฯ

การเดินทาง: หากใช้เส้นทาง จ. พิษณุโลกให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 เมื่อถึงบ้านแพะให้แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่าน อ. ชาติตระการ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปสุดที่เส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ก็จะถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร
หากใช้เส้นทาง จ. อุตรดิตถ์ ให้ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) ไปจนถึง อ. น้ำปาด เข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ตรงไปอีกประมาณ 47 กิโลเมตร เข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถต่อไปอีก 18 กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร

โรงแรมใน จ. พิษณุโลก

7. ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่
 
ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่-1ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่-2ม่อนแจ่ม จ. เชียงใหม่-3

ม่อนแจ่มในหน้าฝนนั้นสวยไม่แพ้หน้าหนาวเลย โดยม่อนแจ่มเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย อยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง ต. แม่แรม อ. แม่ริม การไปเที่ยวม่อนแจ่มในช่วงหน้าฝนนั้นเพื่อนๆ อาจจะไม่ได้พบกับดอกไม้จำนวนมากอย่างที่คุ้นตากัน เพราะเป็นช่วงเตรียมดินเพื่อปลูกดอกไม้ให้บานในช่วงหน้าหนาว แต่สิ่งที่เพื่อนๆ จะได้พบในช่วงหน้าฝนนี้ก็คือเมฆหมอกที่เข้ามาใกล้ชิดอยู่รอบตัวตลอดทั้งวัน พร้อมกับความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของป่าเขาที่พร้อมให้เราไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่สำคัญการเที่ยวม่อนแจ่มในช่วงหน้าฝนจะได้ความสงบมากกว่าฤดูไหนๆ เพราะผู้คนไม่พลุกพล่าน และที่ห้ามพลาดเลยก็คือการนั่งรับประทานอาหาร จิบกาแฟ ชมธรรมชาติบนกระท่อมไม้ไผ่ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ นอกจากนั้นม่อนแจ่มยังเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่น่าตรึงตาตรึงใจ ควรค่าแก่การไปเห็นกับตาให้ได้สักครั้งในชีวิตอีกด้วย

การเดินทาง: ม่อนแจ่มห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 39 กิโลเมตร โดยให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่–ฝาง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 17 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1096 (แม่ริม–สะเมิง) เมื่อมาถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 15 บริเวณบ้านโป่งแยง ให้สังเกตป้ายศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยทางด้านขวามือ จากนั้นให้เลี้ยวขวาตรงตามถนนหลักขึ้นเขาเป็นระยะทางอีก 6 กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย หรือจะบินตรงไปยังสนามบินนานาชาติเชียงใหม่เลยก็ได้

โรงแรมใกล้ม่อนแจ่ม

8. ทุ่งโปรงทอง จ. ระยอง
 
ทุ่งโปรงทอง จ. ระยอง-1ทุ่งโปรงทอง จ. ระยอง-2ทุ่งโปรงทอง จ. ระยอง-3

ใครว่าไประยองจะต้องไปเที่ยวทะเลอย่างเดียวเท่านั้น ทว่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างทุ่งโปรงทองที่เขตชุมชนบ้านแสมภู่ ปากน้ำประแส อ. แกลง จ. ระยองด้วย ที่นี่เหมาะแก่การมาเที่ยวในช่วงหน้าฝนเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เห็นป่าชายเลนผืนใหญ่ที่รอให้ไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมกับเดินชมธรรมชาติบนสะพานระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยตลอดทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นโปรงที่ในช่วงหน้าฝนจะแข่งกันเบียดเสียดหนาแน่น และเมื่อยามแสงแดดตกกระทบลงบนต้นโปรงจะให้สีเขียวปนสีทอง จนที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “ทุ่งโปรงทอง” นั่นเอง

การเดินทาง: จากตัวเมืองระยองให้ขับรถไปตามถนนสุขุมวิทเพื่อไปยัง อ. แกลง จนเจอแยกปากน้ำประแส ให้เลี้ยวไปปากน้ำประแส ไปยังวัดตะเคียนงามและเข้าไปยังซอยข้างวัดจะเจอป้ายจุดชมหิ่งห้อย ให้ขับไปตามป้ายบอกทางก็จะเจอสะพานซึ่งเป็นจุดเริ่มการเดินเท้าไป

โรงแรมใน อ. แกลง

9. น้ำตกไทรโยคน้อย จ. กาญจนบุรี
 
น้ำตกไทรโยคน้อย จ. กาญจนบุรี

การเที่ยวน้ำตกในช่วงหน้าฝน แน่นอนว่าคุณจะได้พบกับความชุ่มฉ่ำของสายน้ำเพราะเป็นช่วงที่มีน้ำมาก จะว่ายน้ำก็สนุก จะถ่ายรูปก็สวย และถ้าพูดถึงน้ำตกที่มีเส้นทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ที่พร้อมให้เพื่อนๆ ได้ไปชมวิวสวยๆ ของน้ำตกกันย่อมหนีไม่พ้นน้ำตกไทรโยคน้อย และถึงแม้จะเป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่ แต่ก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก ซึ่งเป็นทางผ่านจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังถนนเส้นทองผาภูมิ–สังขละบุรี ถือว่าเป็นเส้นทางที่ให้คุณเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย โดยภายในน้ำตกจะมีกองหินน้อยใหญ่ไล่ลงมาเป็นระดับ พร้อมกับสายน้ำที่ไหลตกลงกระทบเป็นแอ่งน้ำด้านล่างให้ได้เล่นน้ำกัน อีกทั้งที่นี่ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันอีกด้วย

การเดินทาง: จากตัวเมืองกาญจนบุรี ให้ใช้เส้นทางถนนแสงชูโตซึ่งเป็นถนนสายหลัก จากนั้นข้ามทางรถไฟจนไปถึงสี่แยกแก่งเสี้ยน เลี้ยวซ้ายไปตามป้าย อ. ไทรโยค–ทองผาภูมิ ซึ่งเป็นทางหลวงหมายเลข 323 เมื่อถึงป้ายกิโลเมตรที่ 120 จะพบน้ำตกไทรโยคน้อยอยู่ทางขวามือ

โรงแรมใน อ. ไทรโยค

10. เขื่อนรัชชประภา จ. สุราษฎร์ธานี
 
น้ำตกไทรโยคน้อย จ. กาญจนบุรีน้ำตกไทรโยคน้อย จ. กาญจนบุรี-2น้ำตกไทรโยคน้อย จ. กาญจนบุรี-3

เขื่อนรัชชประภาตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก มีความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติจนได้รับสมญานามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทย ที่ควรค่าแก่การไปเห็นกับตา การเที่ยวเขื่อนรัชชประภาในช่วงหน้าฝนนั้นเป็นอีกหนึ่งเส้นทางการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เพราะในช่วงหน้าฝนน้ำจะขึ้นเต็ม เหมาะแก่การทำกิจกรรมทางน้ำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพายเรือคายัค นอนแพชมเขาสามเกลอ เที่ยวถ้ำประการัง ถ้ำน้ำทะลุ ฯลฯ

การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปจนถึงชุมพร จากนั้นตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 41 จนถึง อ. พุนพินบริเวณสี่แยกจะสามารถเข้าไปยัง จ. สุราษฎร์ธานีได้โดยไม่ต้องเข้าตัวจังหวัด ให้ตรงไปเรื่อยๆ จนถึงแยกท่าโรงช้างแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401 จากนั้นขับรถไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตรก่อนจะถึง อ. บ้านตาขุนจะเจอป้ายเขื่อนรัชชะประภาอยู่ทางขวามือ หรือจะบินตรงไปยังสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานีเลยก็ได้

โรงแรมในอุทยานแห่งชาติเขาสก

 
 

ข้อมูลจาก expedia.co.th,
expedia.co.th

Content Writer ผู้เสพติดการขับรถท่องเที่ยวและเดินทาง สนใจเรื่องประกันรถยนต์ เคล็บลับดูแลรถยนต์ต่างๆ เพราะนั่นทำให้การขับรถเที่ยวปลอดภัยและคุ้มค่าสุดๆ แล้วยังชอบเขียน ชอบแชร์ ถ้าเพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรคอมเม้นท์ได้เลย