4 วิธีการผ่านตม. เกาหลี ฉบับ Easy ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

4 วิธีการผ่านตม. เกาหลี ฉบับ Easy ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

จะไป เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่แค่มีเงินอย่างเดียวแล้วจะไปเที่ยวได้นะ แต่ยังต้องมี “ดวง” ด้วย เพราะวิธีการผ่านตม. เกาหลีสำหรับคนไทยทุกวันนี้จัดว่าเข้มงวดไม่เบาเชียวล่ะ เพราะคนไทยบางส่วนที่เราเรียกกันว่า “ผีน้อย”  ได้ก่อวีรกรรมไม่น่ารักเอาไว้ด้วยการลักลอบเข้าประเทศเกาหลีใต้ อย่างผิดกฎหมายเพื่อไปทำงานและไม่กลับไทยในเวลาที่กำหนด

ยิ่งทำให้คนที่ต้องการเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือที่เราเรียกกันว่า ตม. ยากขึ้น เพราะ ตม. เข้มงวดมากกว่าที่เคยเนื่องจากเป็นด่านแรกที่จะคัดกรองคนเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง บรรดานักท่องเที่ยวผู้บริสุทธิ์ใจที่อยากจะไปแค่เที่ยวหาอปป้า หรือแค่อยากจะไปทานอาหารเกาหลีอร่อยๆ แบบพวกเราได้รับผลกระทบพลอยฟ้าพลอยฝนกับการตรวจที่ละเอียดมากขึ้นเป็นพิเศษไปตามๆ กัน

แต่ก็อย่าตื่นตกใจไปครับ ! เจ้าหน้าที่ตม.เขาก็ทำตามหน้าที่ เรามารับมือด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมกันดีกว่า ว่าการจะผ่านตม.เข้าประเทศเกาหลีใต้ได้แบบง่ายๆ นั้น ต้องทำอย่างไรบ้าง กับ 4 วิธีการผ่านตม.เกาหลี แบบชิล ๆ ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

 

1. วิธีการผ่านตมเกาหลีต้องแต่งกายให้พองาม

ที่เราเอาการแต่งกายมาไว้ตั้งแต่ข้อแรกมาแนะนำคนที่จะเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองก็เพราะ การแต่งกายคือสิ่งแรกที่คนมักจะมองครับ ยังไม่ต้องพูด ยังไม่ต้องรู้จัก แต่ การแต่งกายจะบอกนัยยะบางอย่างได้เสมอ แต่ผมไม่ได้บอกให้ทุกคน ใส่สูทผูกไทด์ใส่กระโปรงสวมแสล็คไปเกาหลีนะครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด การแต่งกายที่ดีในที่นี้คือ “แต่งเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป” ที่หมายถึงการเลือกเสื้อผ้าให้พอเหมาะพอดีกับสภาพอากาศขณะนั้น ไม่น้อยไปไม่มากไปไม่เวอร์ไป สุภาพ สะอาด สวยงาม กระฉับกระเฉง แต่ก็อย่าชิลไปจนลืมคำว่า “กาลเทศะ” ใส่ขาสั้นคีบแตะแบบนี้ไม่ไหวครับ เพราะ ตม.ก็จัดเป็นหน่วยงานราชการอย่างหนึ่งของทางประเทศเกาหลีใต้ที่เราควรให้เกียรติ

ใครจะอยากใส่เกาะอกแฟชั่นนิสต้า หรือใส่เดรสยาวแหวกหน้าผ่าหลังประหนึ่ง หางปลาโลมาเชิญด้านนอกสนามบินครับ เอาให้ผ่านจากตม.เสียก่อน แล้วจะจัดเต็ม แค่ไหนก็ตามใจท่านเลย แต่ก็อย่าลืมเคารพกฎหมายของบ้านเมืองอื่นด้วย นะครับ เพราะคุณเป็นคนไทย เวลาเขาตำหนิก็เหมารวมทั้งประเทศแหละครับ เอาเป็นว่าเราไม่ชอบแบบไหนก็อย่าทำแบบนั้นละกันเนอะ

4 วิธีการผ่านตม. เกาหลี ฉบับ Easy ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

2. เที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองเอกสารประจำตัวต่างๆ ต้องพร้อม !

หนังสือเดินทาง (Passport)

การออกเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ห้ามลืมหนังสือเดินทาง เพราะเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 เวลาเราจะออกนอกประเทศครับ และความโชกโชน ของพาสปอร์ตก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การผ่าน ตม.นั้นง่ายขึ้น สำหรับคนที่มีหนังสือเดินทางหลายเล่ม ผมแนะนำให้พกไปให้หมดนะครับ อย่ากลัวหนัก เพราะคุณ ตม.อาจจะขอดูเล่มเก่าๆ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็เป็นได้ โดยสิ่งที่จะพิจารณาคือ

  • ชื่อสกุล เลขที่หนังสือเดินทาง ต้องตรงกันกับข้อมูลจากสายการบินและใบผ่านเอกสารคนเข้าเมือง ผู้ที่มีประวัติ เปลี่ยนชื่อ หรือถือหนังสือเดินทาง 2 เล่ม แต่การสะกดชื่อไม่เหมือนกัน จะถูกตรวจสอบ และมีโอกาสไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ดังนั้นหากใครเคยเปลี่ยนชื่อให้พกเอกสารยืนยันการเปลี่ยนชื่อมาด้วยเสมอ นะครับ
  • ภาพถ่ายในหนังสือเดินทางต้องเหมือนกับตัวจริง ข้อนี้ดูเหมือนจะขำแต่สำคัญนะครับ เพราะเคยมีกรณีคนถูกส่ง กลับเพราะหน้า สีนัยตาและสีผมไม่เหมือนกับหน้าหนังสือเดินทางมาแล้ว ทั้งที่ความจริง อาจเป็นเพราะการแต่งหน้า หรือทำสีผมก็ได้  ฉะนั้นได้โปรดพยายามทำตัวคุณให้เหมือนกับคุณคนในหนังสือเดินทาง นะครับ เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ เกิดสงสัยและคุณถูกปฏิเสธการเข้าเมืองก็ถือเป็นอันสิ้นสุด (อย่างผมก็เคยโดนถามนะครับ เพราะอ้วนขึ้นจนหน้ากลมกว่าเดิม โถ! เจ็บปวดดดด)
  • ความโชกโชนของหนังสือเดินทาง ข้อนี้อาจไม่เป็นทางการมากนัก แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว การที่หนังสือเดินทางเราได้รับการลงตราจากหลายๆ ประเทศมานั้นเป็นเครดิตความน่าเชื่อถือที่ดีมากๆ ครับ ใครบอกว่าไม่เกี่ยว ผมขอเถียงนะ เพราะทุกวันนี้ผมไปไหน ตม.จะไม่ค่อยถามคำถาม เรียกว่า ผ่านทุกด่านฉลุย คงไม่ผิด เพราะหนังสือเดินทางค่อนข้างโชกโชน ยิ่งถ้ามีวีซ่าประเทศสำคัญๆ อยู่ด้วยหนังสือเดินทางของเราก็จะยิ่งน่าเชื่อถือ ผมเลยเชียร์ให้หลายคนที่พอมีเวลาและมีทุนออกไปเที่ยวครับ

แต่สำหรับคนที่หนังสือเดินทางยังหน้าขาวอยู่ ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ค่อย ได้เดินทางหรือ เพิ่งไปทำหนังสือเดินทางมาใหม่ก็อย่าเพิ่งใจเสีย ถ้าเราเตรียมเอกสารไปให้พร้อม และมีความตั้งใจว่าเราจะไปเที่ยวแถมยังเตรียมตัวด้วยการอ่านบทความวิธีการผ่านตมเกาหลีแบบนี้มาแล้ว ร้อยทั้งร้อยยังไงก็ผ่านครับ  ซึ่งนอกจากหนังสือเดินทาง เอกสารที่ควรเตรียมไปด้วยหากคุณไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง จะมีประมาณนี้ครับ

เอกสารตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

การที่เรามีตั๋วเครื่องบินกลับ แสดงให้เห็นว่าเรามีกำหนดกลับที่แน่นอน ไม่อยู่เกินกำหนดแน่ๆ แนะนำให้พิมพ์แยกชุดสำหรับให้เจ้าหน้าที่ตม.ดูไปเลยครับ

เอกสารการจองที่พัก / หลักฐานการชำระเงินค่าที่พัก

การไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ที่พัก” เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าหากเราไปกับบริษัททัวร์ เรายังมีบริษัททัวร์คอยรับประกัน แต่ถ้าไปเที่ยวด้วยตัวเองคือไม่มี ที่พำนักเป็นหลักแหล่ง ของนักท่องเที่ยวขณะอยู่ในเกาหลีใต้จึงเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเรา ไม่ได้อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ หรือหนีไปในสถานที่ผิดกฎหมาย  ซึ่งบางครั้งอาจมีการตรวจสอบไปยังโรงแรมเลยนะครับ ว่าในวันและเวลาดังที่เรากล่าวอ้าง มีชื่อเราเป็นผู้เข้าพักจริงหรือเปล่า ฉะนั้นการจองที่พักไปก่อนก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากไปหาเอาดาบหน้าคงไม่เหมาะ

แผนการท่องเที่ยวฉบับภาษาอังกฤษ

วิธีการผ่านตมเกาหลีที่ดีที่สุดของคนที่ไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองสำหรับผม คือการทำแพลนเที่ยวในภาษาของผมเองให้ละเอียดที่สุด (ใช้ภาษาอังกฤษนะ ) เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราตั้งใจมาเที่ยวเกาหลีจริงๆ อุตส่าห์ทำการบ้านมาขนาดนี้ โดยหากคุณเองเป็นคนที่แพลนการเที่ยวทั้งหมดก็คงไม่ยากเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่ถามอะไรคงตอบได้ แต่สำหรับคนที่เดินทางมาด้วยแล้วไม่รู้แพลน ต้องพูดคุยกันก่อนนะครับ  ควรให้เข้าใจตรงกันทุกคน และ ควรพิมพ์แผนการท่องเที่ยวฉบับภาษาอังกฤษออกมาถือกันไว้คนละ 1 ฉบับ เลย เจ้าหน้าที่จะได้ทราบว่าเรามาเที่ยวจริงๆ และแต่ละวันเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง ย้ำนะครับว่าทุกคนควรรู้แพลนว่าแต่ละวัน จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เพราะเคยมีกรณีคนไทยถูกส่งกลับเพราะตามเพื่อนมา แถมยังไม่อ่าน แผนเที่ยว ที่เพื่อนทำให้ ขอล่ะ! อ่านสักนิด จำสักหน่อยเถอะ เพราะถึงเวลาเข้าห้องเย็น เพื่อนคนไหนก็ช่วยไม่ได้น้า

เอกสารรับรองการทำงาน หรือการศึกษา  

หากมีเอกสารรับรองอย่างที่ว่าคือสวยเลย เพราะเจ้าหน้าที่จะรู้ว่าตัวเรามีภารกิจที่เมืองไทย ที่ต้องกลับไปทำแน่นอน ไม่อยู่นานแน่ๆ เป็นเครดิตที่ให้น้ำหนักดีมากๆ เลยล่ะครับ จะปริ้นหลักฐาน หรือเอาบัตรประจำตัวพนักงานไปโชว์เลยผมก็เคยทำมาแล้วครับ

รายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)

จริงๆ อาจดูเหมือนว่าเยอะเกินความจำเป็น แต่สำหรับคนที่มีหลักฐานด้านอื่นๆ ไม่แน่น เช่น อาจจะว่างงานอยู่ หรือเป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีใบรับรองการทำงาน จะยื่น Statement ไปด้วยก็ได้นะครับ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะมีเงินใช้จ่ายมากพอจนไม่ไปประกอบ การทุจริตผิดกฎหมายในประเทศเขา

ประกันการเดินทางที่มีความคุ้มครองครอบคลุม

ประกันการเดินทางนอกจากจะช่วยคุ้มครองเรา ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วยกะทันหัน สัมภาระหาย แม้กระทั่งการล่าช้าของเที่ยวบิน ประกันการเดินทางจึงเป็นอีก วิธีการผ่านตมเกาหลี ของผม เพราะรายละเอียดและความน่าเชื่อถือของบริษัทประกันระดับโลกจะทำให้เจ้าหน้าที่ ตม. ทราบว่าเราจะเข้าและออกจากประเทศภายในวันไหน (ประกันจะระบุจำนวนวันเดินทาง)  

และนอกจากนี้ประกันการเดินทางยังเป็นเอกสารสำคัญในการขอวีซ่าเชงเก้นเที่ยวยุโรปด้วยล่ะ สามารถซื้อประกันการเดินทางจาก Frank.co.th ก็ได้นะ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-106-5800 หรือ Facebook frank.co.th  หรือจะสอบถามทางไลน์แอด @frank.co.th ได้เลยตามความสะดวกครับ

 

3. ไปเกาหลีสัมภาระต้องเป๊ะ!

4 วิธีการผ่านตม. เกาหลี ฉบับ Easy ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

สัมภาระใครว่าไม่สำคัญ สำคัญนะคุณ! ขนาดควรพอเหมาะไม่น้อยไปหรือมากไป ไม่ใช่น้อยไปเหมือนไปปิกนิกหน้าบ้าน เขาจะคิดว่าคุณต้องมีใครมาเตรียมรอรับแน่ๆ ทั้งที่ความจริงคุณอาจจะอยากมาช้อปเสื้อผ้าที่นี่แทน หรือก็ไม่ใช่ว่าใหญ่ไปเหมือนจะไปยุโรป 3 เดือน แบบนี้ตม.ก็คงคิดว่าคุณต้องเตรียมมาตั้งรกรากที่นี่แน่นอน ขนาดกระเป๋าไซส์ 24 นิ้วน่าจะกำลังพอดีครับ ส่วนพวกซิมอินเทอร์เน็ตและเงินวอนก็ควรเตรียมไปให้พร้อม แต่ก็อย่าแลกไปเยอะเกินไปจะเสี่ยงต่อการทำเงินสูญหายได้นะครับ ทีนี้ล่ะเที่ยวไม่สนุกแน่

4. วิธีการผ่านตม.เกาหลีจะต้องตอบคำถามชัดเจน มั่นใจ

4 วิธีการผ่านตม. เกาหลี ฉบับ Easy ไม่ต้องกลัวถูกส่งกลับไทย!

การเดินเข้าช่อง ตม.ไปด้วยความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญ ครับ จะทักเขาก่อนด้วยคำว่า สวัสดีค่ะ หรือ Hi ก็ไม่ผิด (แต่ตม.เขาก็จะไม่ค่อยตอบกลับมาหรอกนะ เพราะงานเขายุ่งและต้องรักษาภาพ ให้ดูน่าเกรงขาม) เพราะนี่เป็นเหมือนการเปิดประตูใจให้เขาเห็นก่อนว่า เออ ..เรามาแบบบริสุทธิ์ใจนะ  เรามาเที่ยวนะ จริงใจขนาดทักคุณก่อนเลยนะเนี่ย แล้วก็ขณะที่รอก็กรุณานิ่งนะครับ ใครที่ทั้งชีวิตไม่เคยสงบนิ่งได้เลยเกิน 5 วินาทีก็ควรไปฝึกนิ่งให้ได้ สบตาเขาบ้างตามแต่โอกาส เพราะการที่คุณยืนกระสับกระส่าย มองซ้ายที ขวาที นั่นคือ “พิรุธ” ครับ ทั้งที่ความจริงคุณอาจจะแค่ตื่นเต้นไปหน่อย ใครไม่นิ่งก็เตรียมตัวบินเข้าห้องเย็นได้เลย แล้วก็ตั้งใจฟังตั้งใจดูเผื่อคุณ ตม. มีคำถามอะไรที่อยากจะถามเพิ่มเติม แล้วเมื่อผ่านแล้วก็อย่าลืมที่จะ Say Thank you! ด้วยน้า ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นคำถามประมาณนี้ครับ

คำถามที่มักเจอบ่อย

ส่วนมากเจ้าหน้าที่ ตม.จะถามแค่ไม่กี่คำถามหรอกครับ แล้วก็มักจะวนๆ กับคำถามเหล่านี

  • คุณทำอาชีพอะไร (What do you do?)
  • มากี่คน มากับใคร  (How many person go with you ?)
  • มาทำอะไร (What’s the purpose of your visit ?)
  • โรงแรมชื่ออะไร  (What is the name of your hotel you booking ?)
  • มากี่วัน (How long will you be staying ?)
  • เคยมาเกาหลีมาก่อนมั้ย (How you ever go to South Korea ?)
  • จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง  (Where will you be visiting ?)        
  • แลกเงินมาเท่าไหร่   (How much money are you bringing ?)

โดยเจ้าหน้าที่จะถามด้วยภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ไปฝึกพูดกันได้เลย  ซึ่งถ้าฟังไม่ถนัดหรือยังไง สามารถถามเขาใหม่ด้วยคำว่า “Pardon ?” พร้อมยิ้มน้อยๆ ได้ครับ ไม่ต้องกลัว เมื่อเข้าใจแล้วก็ตอบไปตามความจริงแค่นั้นเอง  ซึ่งผมจะบอกเคล็ดลับอีกข้อให้ครับ ว่าถ้าสมมติคุณเดินทางหลายคน แต่คนที่เดินทางกับคุณพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ และคุณใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่า แนะนำให้คุณเข้าไปก่อน แล้วเวลาที่คุณ ตม.ถามเราจะได้บอกเขาไปว่ามากับอีก 2 คนข้างหลังด้วย เวลาถึงตาของ 2 คนนั้น เขาจะได้ไม่ถามมากเพราะเราบอกให้ก่อน แล้วว่าเดินทางมาเที่ยว กับเรายังไงล่ะครับ

นี่ก็เป็นข้อควรรู้และเทคนิคการเตรียมตัวต่าง ๆ ที่ Frank.co.th รวบรวมและกลั่นกรองจากประสบการณ์มาฝากทุกคนนะ สำหรับใครที่กำลังจะไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองสามารถอ่าน 10 เรื่องต้องรู้ก่อนเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองเพิ่มเติมได้นะคร้าบ

แหล่งข้อมูล

  • https://www.sanook.com/news/2237851

เช็กเบี้ยประกันออนไลน์