5 เทคนิคขับรถขึ้นเขาลงเขาอย่างปลอดภัย

ขับรถขึ้นเขา

ใกล้ปลายปี ใกล้หน้าหนาวเข้าไปทุกที ไม่มีอะไรดีไปกว่าการวางแพลนท่องเที่ยวแล้วละครับโดยเฉพาะการขึ้นดอยเพื่อดูทะเลหมอกคร้าบ frank มั่นใจครับว่าหลายคนเลือกที่จะเดินทางด้วยตัวเองกับการขับรถไป เพราะได้รับความสะดวกมาแน่นอน แต่เส้นทางดูทะเลหมอกนั้นส่วนใหญ่ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขาทั้งนั้น เส้นทางเหล่านี้มีความอันตรายมากจึงต้องอาศัยเทคนิค ทักษะการขับรถอยู่มาก รู้แบบนี้แล้ว frank แนะนำเลยว่ารีบต่อประกันไว้ก่อนเลยครับ เราต้องเจอปัญหากลางทางแล้วเที่ยวไม่สนุกแน่ๆ ครับ

เอาเป็นว่าก่อนออกเดินทาง frank มีเทคนิคดีขับรถขึ้นเขา ลงเขาให้ปลอดภัยมาฝากกันครับ

1.ขับรถขึ้นเขาลงเขาต้องดูเรื่อง ความเร็ว 

driving-on-mountain

ตามปกติแล้วเส้นทางเหล่านี้ ใช้ความเร็วได้ไม่มากเท่ากับเส้นทางปกติอยู่แล้ว ไม่ควรขับด้วยความคึกคะนอง โดยเฉพาะในช่วงลงเขาที่ความเร็วจะเพิ่มขึ้นแม้ไม่ได้เหยียบคันเร่ง เพราะว่ารถเรากำลังพ่ายแพ้ต่อกฎของธรรมชาตินั่นคือเรื่องของแรงดึงดูดโลก

แต่ถ้าเป็นเส้นทางที่ต่อเนื่องมีเนินชันและโค้งที่ยาวทำให้มีลักษณะของการใช้ความเร็วได้ช้าเพื่อความปลอดภัย การใช้จังหวะเกียร์ต่ำต่อเนื่องจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ไปตามลักษณะของความเร็วที่เหมาะสม 1 ไป 2 ไป 3 และลดลงมาตามจังหวะของรูปแบบเส้นทาง 3-2-1 แบบนี้ไปตลอดเส้นทาง เพียงแต่ต้องจำไว้เพียงว่าอย่าทำการเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างที่อยู่บนเนิน และต้องเลี้ยงคันเร่งเพื่อให้รอบเครื่องเดินอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสูงกับเครื่องยนต์

2.ต้องใช้เกียร์ให้เป็นตอนขึ้นเขา

driving-on-mountain

เมื่อต้องขับรถยนต์ขึ้นเขาหรือเส้นทางลาดชัน ยิ่งเส้นทางนั้นมีความลาดชั้นต่อเนื่องสลับกันไปทางโค้งแคบหรือกว้าง จำเป็นต้องใช้กำลังฉุดลากที่มากกว่าปกติ จึงมักเห็นป้ายเตือนให้ใช้เกียร์ต่ำในเส้นทางเหล่านี้ เพราะเกียร์ต่ำอย่างตำแหน่งเกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 ในเกียร์ธรรมดา กับตำแหน่งเกียร์ L หรือ D-3-2-1 หรือตำแหน่งที่เป็นเกียร์ต่ำในเกียร์อัตโนมัติรุ่นนั้นๆ จะมีคุณสมบัติอย่างที่เราเข้าใจ ในช่วงของการขึ้นเขาที่เราจะต้องต่อสู้กับแรงดึงดูดของโลก การใช้เกียร์ต่ำก็เพื่ออาศัยแรงบิดของเครื่องยนต์ในการฉุดลากตัวถังขึ้นไป

3.เกียร์และเบรก-สิ่งจำเป็นตอนลง

ในขณะที่เป็นจังหวะลงทางชัน ให้ใช้การผ่อนคันเร่งและใช้เบรกช่วยในบางจังหวะเพียงเมื่อเวลาที่แรงเฉื่อยของตัวรถเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จำไว้ว่าในตอนลงลักษณะของการใช้เกียร์ต่ำเหมือนกับตอนที่ขึ้นแต่เราให้เครื่องยนต์ทำงานช่วยดึงตัวรถด้วยรอบเครื่องกับอัตราทด Engine Brake ของชุดเกียร์นั่นเอง ผสมผสานกับการใช้เบรกอย่างเหมาะสม เราสามารถกดเบรกในน้ำหนักที่เหมาะในจังหวะที่ต้องเบรก แต่ไม่ควรกดแช่ค้างเอาไว้ หรือที่บ้านๆ เรียกกันว่า ‘เลียเบรก’ เพราะนั่นจะทำให้ผ้าเบรกไหม้ได้

แต่ถ้าเส้นทางนั้นลาดชันและมีระยะทางที่ไกลซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้เบรกช่วยในการขับขี่ได้ จำเป็นที่จะต้องมีการจอดพักในจุดที่เหมาะสมเพื่อให้ความร้อนได้ระบายไม่สะสมจนทำให้น้ำมันเบรกเดือด Brake Fade หรือเบรกแตกที่คนทั่วไปเข้าใจ

4.ใช้ความเร็วให้เหมาะสม

driving-on-mountain

วิธีการที่เราเลือกใช้ในการเดินทางไกลในเส้นทางทั่วไป ให้ใช้ความเร็วใกล้เคียงความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนด เช่น กฎหมายให้ใช้ความเร็วในเส้นทางหลวงได้ประมาณ 100 กม./ชม เราอาจจะใช้ความเร็วอยู่ที่ 80-120 กม./ชม. อาจจะน้อยหรือมากกว่าได้ในบางช่วงถ้ามีรถใช้ทางหนาแน่นหรือเส้นทางที่ไม่ชำนาญทัศนวิสัยไม่ดี หรือในขณะเร่งเซง และยังเป็นการถนอมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วย

5.อย่าแซง ตรงทางโค้งหรือเส้นทึบ

driving-in-curve-road

ท่องจำให้ขึ้นจำเพราะนั่นคือความปลอดภัยพื้นฐานเลยก็ว่าได้ กับสภาพเส้นทางที่เป็นทางโค้งหรือคดเคี้ยว จำเป็นที่จะต้องมีความเข้าใจเอาไว้เสมอว่านอกจากตัวเราแล้วยังมีรถคันอื่นที่อาจจะใช้เส้นทางมาบรรจบกันในบริเวณทางโค้งหรือทางแคบได้ด้วยเช่นกันนอกจากจะเป็นพื้นที่คับขันห้ามขับแซงเมื่อไม่สามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดเจนแล้ว เมื่อขับเข้าเส้นทางที่โค้งหรือแคบพยายามรักษาเส้นทางของตัวเองเอาไว้อย่าได้คร่อมกินเลนหรือคร่อมเลนเข้าไปโดยเด็ดขาด

ส่วนมากผู้ที่ใช้เส้นทางในขึ้นเขาลงเขาเป็นประจำจะเข้าใจกฎการปฏิบัติดีในข้อนี้กันเป็นอย่างดี และยิ่งถ้าเป็นพื้นที่โค้งและแคบแถมติดกับหน้าผาหรือเขาสูงจำเป็นต้องใช้ความมีน้ำใจและความระมัดระวังอย่างมาก การให้รถฝั่งใดฝั่งหนึ่งผ่านบริเวณเส้นทางนั้นไปก่อนหรือสลับกันไปทีละคันจะเป็นความมีน้ำใจและสร้างความปลอดภัยได้อย่างมากที่สุด สิ้นปีนี้วันหยุดก็เริ่มทยอยมแล้ว frank ขอให้ทุกคนขับขี่ปลอดภัยเที่ยวให้สนุกนะคร้าบบบ

 
ข้อมูลจาก grandprix.co.th
grandprix_logo_black
 

เพื่อนของ frank คือผู้เชี่ยวชาญเรื่องยานยนต์ในแขนงต่างๆ บางคนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์ เรื่องรุ่นรถใหม่ เรื่องการดูแลรถยนต์ เรื่องการขับรถ เพื่อนๆ คนไหนชอบบทความใครอย่างลืมติดตามนะคร้าบบ