นิสัยการออมเงินของคนญี่ปุ่นและเยอรมัน

saving-style-for-Germany-and -Japanses

 

อ่านเร็วๆ

  • นิสัยการออมของแต่ละประเทศบ่งบอกถึงวินัยทางการเงิน ถ้ารู้จักนำข้อดีของแต่ละประเทศมาปรับใช้เรื่องการเงินทำให้เราเริ่มนิสัยการออมที่สอดคล้องกับความเป็นจริงได้
  • นิสัยการออมของชาวเยรมันเน้นการออมเงินตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยการทำงานพิเศษ ไม่นิยมการใช้บัตรเครดิตชอบการใช้จ่ายเงินสดมากกว่า ชื่นชอบการทำประกันเพราะกลัวความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในชีวิต และส่วนมากสามารถออมเงินได้ประมาณ 10% ของรายได้ทุกเดือน
  • นิสัยการออมของชาวญี่ปุ่นที่ค่อนข้างกลัวความเสี่ยงจึงนิยมการออมเงินมากกว่าจนทำให้เกิดภาวะเงินฝืดขึ้นในประเทศ ทำให้ต้องมีการลงทุนนอกประเทศ มีค่านิยมการออมเงินที่ 25% ของรายได้และส่วนมากจะเน้นการออมเพื่อวัยเกษียณ
  • ขั้นสุด ให้อุปกรณ์แต่งรถ แต่เราต้องแอบรู้มาก่อนว่าอยากได้อะไร เช่น เปลี่ยนล้อแม็กซ์ หรือกระจังหน้ารถ

 

saving-tips-for-Germany-and-Japanese-guys

 

เรื่องการออมเงินนั้นเราต้องยอมรับความจริงเลยครับ ว่าประเทศเรายังขาดการให้ความรู้และส่งเสริมแบบต่อเนื่องให้กับเด็กๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตของบ้านเรา และด้วยการเลี้ยงดูของหลายบ้านที่พ่อแม่ยังให้ค่าขนมลูกๆ จนกว่าพวกเขาเข้าสู่วัยทำงาน ทำให้เด็กๆ เราขาดความกระตือรือร้นในการหารายได้และขาดความรู้เรื่องการเก็บออม

 

frank จึงอยากเล่าเรื่องนิสัยการใช้เงินและการเก็บออมที่น่าสนใจของ 2 ชาติที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีนิสัยออมเงินที่น่าสนใจมากที่สุดในโลกให้ฟังครับ ทั้ง 2 ประเทศนี้ได้ชื่อว่าเป็นประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลายเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเงินแบบแถวหน้าในระดับโลก ซึ่งจะทำให้เราได้คิดมากขึ้นและนำมาสอนลูกหลานเราได้เช่นกัน

 

การออมเงินของชาวเยอรมัน 

ทำไม frank ถึงอยากจะเล่าถึงนิสัยการออมเงินของชนชาตินี้ก็เพราะว่า พวกเขาเป็นประเทศผู้แพ้สงครามในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่สามารถพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งจนกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งในด้านของอุตสาหกรรมและในด้านการศึกษาอย่างที่เราเห็นว่าเป็นประเทศผู้นำในกลุ่ม EU อยู่ในขณะนี้

 

การออมเงินของชนชาตินี้น่าสนใจมากครับ เริ่มตั้งแต่

  • การทำประกันชีวิตและสุขภาพกันตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เพื่อให้เกิดวินัยในการออมเงินแบบบังคับตัวเองให้ได้
  • การใช้จ่ายของพวกเขาก็จะเลือกเก็บเป็นเงินออมมากถึง 70% ของรายได้เลยครับ คุณอ่านไม่ผิดครับ 70%
  • เกือบทุกคนจะหารายได้เสริมเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันแทน
  • มองว่าการออมเงินสำหรับการใช้จ่ายแบบฉุกเฉินนั้นมีความสำคัญ
  • การเก็บออมและการลงทุนเพื่อใช้จ่ายยามเกษียณนั้นสำคัญที่สุด
  • ชาวเยรมันต้องจ่ายภาษีเกือบ 50% ของรายได้
  • การออมโดยเฉลี่ยของรายรับทุกๆ เดือนของทั้งประเทศคิดเป็น 10%

 

แล้วถ้าเราต้องการหาความรู้เรื่องการออมเงินแบบง่ายๆ frank อยากแนะนำให้เราเริ่มจากเทคนิค 7 ข้อที่ทช่วยให้เราออมเงินได้จริงจาก ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพแห่งประเทศไทย เพื่อให้เราฉลาดใช้เงินเพื่อมีเงินออมได้ตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้ครับ

 

 

การออมเงินของชาวญี่ปุ่น

อีกหนึ่งประเทศที่ frank มองว่าน่าสนใจเช่นกันคือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็เป็นประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่สองเช่นกันครับ ประเทศนี้มีความน่าสนใจทั้งเรื่องของแนวคิดในการทำงาน ขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนระยะยาว และการออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณเช่นกัน

 

ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องเจอกับภัยธรรมชาติรุนแรงหลายครั้ง ทำให้พวกเขาชินกับความไม่ประมาทและการเตรียมพร้อมสำหรับการใช้จ่ายยามฉุกเฉินตลอดเวลาทำให้คนญี่ปุ่นในวัยทำงานชินกับการทำงานหนักและเน้นการประหยัดอดออมมาก ญี่ปุ่นเองมีโครงสร้างสังคมที่มีผู้สูงอายุจำนวนมากที่สุดในโลกการวางแผนเรื่องของเงินบำนาญและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างๆ จึงทำได้ค่อนข้างดี frank ขอสรุปให้ฟังนะครับ

  • คนญี่ปุ่นจะกังวลต่อความเสี่ยงมาก
  • การออมเงินโดยการฝากเงินไว้ในธนาคารจึงเป็นวิธีออมเงินหลักของประเทศนี้ ถึงขั้นธนาคารต้องลดดอกเบี้ยเงินฝากเหลือ 0% เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนให้มากขึ้นแทน
  • สัดส่วนการออมเงินของแต่ละครอบครัวนั้นสูงถึง 25% เลยทีเดียว
  • การออมเงินจะแบ่งออกเป็นส่วนๆ ทั้งเงินเพื่อการใช้ยามฉุกเฉิน และค่ารักษาพยาบาล
  • และส่วนที่สำคัญคือ การซื้อประกันในรูปแบบเงินบำนาญ (Pension) เพื่อชีวิตหลังเกษียณ

 

จากที่ frank ยกตัวอย่างมานั้น อยากให้เรามองย้อนดูนิสัยการออมเงินของเราเองเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และอย่าลืมว่ามีอายุการทำงานเหลืออีกกี่ปี

 

saving-tips-for-Germany-and-Japanese-guys

 

เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าตอนนี้เรามีเงินออมไว้สำหรับการดูแลสุขภาพตัวเองมากน้อยแค่ไหน? และเราพร้อมไหมถ้าต้องออกจากการทำงานประจำตอนนี้?

frank เชื่อมั่นว่าเราเริ่มต้นได้เสมอนะครับสู้ยอมลำบากในวันนี้เพื่อความสบายใจในอนาคตกันเถอะครับ อ่านเรื่องเคล็ดลับเงินๆ ทองๆ ของ frank เพิ่มเติมได้เลยนะครับ

 

Credit: http://www.goodtopup4you.nethttp://topicstock.pantip.comhttps://www.set.or.th/set/financialplanning

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ