ทำไมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงได้รับการยกย่องในระดับโลก?

sufficient-economy

 

 

เรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเราคงได้ยินกันมาซักพักนึงแล้ว frank เองคิดว่าน่าจะกว่าเกือบ 40 ปีได้แล้วมั้งครับ เคยคิดว่าเป็นหลักการที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตรเท่านั้นเลยคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรา แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย frank เลยอยากนำข้อมูลที่ frank ได้อ่านเพิ่มเติมมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ทั้งด้วยความระลึกถึงในพระเมตตาของพ่อหลวงต่อปวงชนชาวไทยและอยากให้เรานำสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตของเราให้ได้ด้วยกันครับ

 

ที่มาของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   

 

 

 

จุดเริ่มต้นที่ frank ทราบนั้น ด้วยพระปรีชาของพระองค์ท่านได้ทรงมองการณ์ไกลไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 โน่นแล้วล่ะครับและพระองค์ท่านยังคงเตอนสติพวกเรามาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2544 ที่ทรงตรัสถึง  Self-Sufficiency of Economy ว่ามีคนนำไปตีความได้ไม่ถูกต้องนัก คำว่า พอเพียงนั้นไม่ได้หมายถึงตามยถากรรมหรือห้ามไม่ให้มีของฟุ่มเฟือยเลย แต่หมายความถึง การรู้จักประมาณตนและรู้จักใช้เหตุผลและสร้างภูมิคุ้มกันโดยยึดถือความรู้และคุณธรรมเป็นหลัก และด้วยประเทศของเรานั้นมีรากฐานจากการเกษตรกรรม เรามีของดีอยู่กับตัวเองอยู่แล้วโดยเฉพาะเรื่องของอาหาร เราควรกลับมามองจุดยืนของตัวเราเองมากกว่าการมุ่งพัฒนาให้เจริญทางอุตสาหกรรมให้เท่ากับประเทศอื่น เพราะเมื่อเจริญมากเข้าย่อมเข้าสู่วัฏจักรการเสื่อมถอยนั่นเองครับ

 

ซึ่งต้องขอบคุณนโยบายของทางราชการในช่วงหลังมานี้ที่ต้องการทำให้เราเป็น ครัวของโลก เพียงแต่ยังไม่ตรงตามที่พระองค์ท่านแนะนำไว้นัก หลักการที่แท้จริงของเศรษฐกิจพอเพียงคือ “ความสุข” ครับ งงกันไหมครับ ว่าทำไมเป็นคำคำนี้ frank ของสรุปแนวพระราชดำริให้อ่านกันนะครับ

 

แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง

 

1.ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต

เราต้องรู้จักประมาณตนเอง อย่าฟุ่มเฟือย ค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดมันออกไปเลยครับ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเวลาเลือกซื้ออะไรให้เราดูที่ประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก อย่าเห็นกับของลดราคาจนทำให้เราซื้อของมากเกินความจำเป็นไปซะ หรืออย่าไปยึดติดกับภาพลักษณ์จนทำให้เราต้องจ่ายเงินราคาแพงเพื่อรักษาเพื่อมันไว้

 

2.ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์สุจริต

การเลือกอาชีพนั้น frank ว่าหลักคำสอนตามศาสนาก็ได้สอนเราไว้แล้วด้วยนะครับ และเราเลือกได้ว่าเราควรหาเลี้ยงชีพแบบสุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น ไม่เอาเปรียบ คดโกงใคร เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นเกิดวัฏจักรครับ และกฎแห่งกรรมก็มีอยู่จริงซะด้วย

 

3.ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันกันในทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง

เหมือนหลักการทางการตลาดในระดับโลกเลยเลยฮะ Red Ocean ที่ท้ายสุดแล้วจะกลายเป็นสงครามราคา ซึ่งก็ทำให้เราสูญเสียทางธุรกิจกันทุกฝ่ายในท้ายที่สุด  

 

4.ไม่หยุดนิ่งที่จะหาทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการขวนขวายใฝ่หาความรู้ให้มีรายได้เพิ่มพูนขึ้น จนถึงขั้นพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ

Knowledge is power ความรู้ คืออำนาจครับ เมื่อเรามีความรู้เราก็จะเกิดปัญญาสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง การตั้งมั่นในเรื่องของการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เรามีความรู้เพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน และความรู้นี่ล่ะครับที่จะทำให้เรามีรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพียงแต่เราต้องรู้จักพอดีด้วยนะครับอย่าโลภครับ  

 

5.ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว ประพฤติตนตามหลักศาสนา

คำสอนของทุกศาสนามุ่งสอนให้เราเป็นคนดี ตั้งมั่นในความดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่นครับ นอกจากการสวดมนต์และเข้าวัดทำบุญแล้ว ลองเอาหลักคำสอนมาพิจารณากันด้วยนะครับว่า แก่นแท้ของคำสอนนั้นคืออะไร เราต้องรู้จักการใช้เหตุผลด้วยนะครับ

 

คุณสมบัติของเศรษฐกิจพอเพียง มีอะไรบ้างล่ะ?

 

ย้อนกลับมามองเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงกันบ้าง ว่าหลักการที่ว่านั้นมีอะไร และพระปรีชาของพ่อหลวงของเรานั้นเหมาะสมแล้วที่ทั่วโลกให้การยกย่องในระดับสูงสุด ด้วยเพราะความเรียบง่ายแต่แยบคายในคำสอนเหล่านี้ล่ะครับ

 

1.ความพอประมาณ

ความพอดี คือใจความสำคัญของทุกอย่างจริงๆ นะครับ หรือในบางคนเรียกคำคำนี้ว่า ความสมดุลย์ นั่นเอง เราต้องรู้จักพอ รู้จักความเหมาะสม รู้ว่าตัวเราพอดีที่ตรงไหน รู้จักพอประมาณอย่ามากเกินไปหรือน้อยจนเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

 

2.ความมีเหตุผล

นี่คือเป็นธรรมชาติของโลกเลยนะครับ ด้วยเพราะสาเหตุอะไรจึงทำให้เกิดผลลัพธ์เหล่านั้นขึ้น สมแล้วที่ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ของโลกจริงๆ ถ้าเราตอบตัวเองได้อย่างตรงไปตรงมาว่าเราทำสิ่งต่างๆ เพราะอะไร ตั้งคำถามกับตัวเองให้ได้ก่อนที่จะลงมือทำ เราจะพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ

 

3.มีภูมิคุ้มกัน

อีกข้อของเศรษฐกิจพอเพียงจากการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดย คำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ในเรื่องความมีเหตุผลแล้วนั้นเราจะรับมือปัญหาได้อย่างมีสติมากขึ้นครับ และเกิดความกล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตของเราด้วย

 

โดยทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมานั้น จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ใช้ในการตัดสินใจ 2 ประการ คือ

 

-เงื่อนไขความรู้

ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ

 

-เงื่อนไขคุณธรรม

ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

 

จากหลักของเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเราพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องคอยกังวลว่าเรามีข้าวกินหรือเปล่า เลี้ยงดูครอบครัวไม่ให้อดอยาก มีรายได้เสริมจากการทำงานของเรา และเกิดความภูมิใจในตัวเอง นี่มันคือ อิสรภาพในชีวิตที่เราตามหากันอยู่ชัดๆ และสิ่งที่จะตามมาในท้ายที่สุดก็คือ “ความสุข” นั่นเองล่ะครับ

 

frank จึงอยากชวนเพื่อนๆ ให้เรานำคำสอนของพ่อหลวงมาปรับใช้ในชีวิตของเรากันเถอะครับ มาทำให้หลักการเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักการของชาติเราเพื่อรอยยิ้มของพ่อกันนะครับ

 

ร่วมถวายความอาลัย

 

Credit: http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html, http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html, http://www.omsschools.com/school/school_teacher/index.php?id_teacher=464&lesson_id=415

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ