ชนแล้วหนีประกันแต่ละชั้นคุ้มครองอย่างไร?

ชนแล้วหนีประกันแต่ละชั้นคุ้มครองอย่างไร?

 

อ่านเร็วๆ

  • เหตุชนแล้วหนี ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองให้ทั้งหมด, ประกันรถชั้น 2+ และประกันรถชั้น 3+ คุ้มครองเมื่อเรารู้ทะเบียนรถของคู่กรณี, ประกันชั้น 3 ไม่คุ้มครองรถคันที่ทำประกันภัย
  • เมื่อเจอเหตุการณ์ที่รถของเราโดนชนแล้วหนี ถ้าตั้งสติได้ควรถ่ายรูปหรือจดทะเบียนรถฝ่ายตรงข้ามไว้ จากนั้นให้โทรแจ้งบริษัทประกันภัย และไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อการติดตามรถคันที่ชนแล้วหนี
  • ถ้าไม่รู้ทะเบียนรถยนต์ของฝ่ายที่มาชนให้หาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบริเวณข้างเคียง หรือพยานที่เห็นเหตุการณ์ในที่เกิดเหตุ
  • เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ควรติดกล้องติดรถยนต์ไว้เพราะการหาหลักฐานแวดล้อมในแต่ละสถานที่นั้นยากง่ายต่างกัน

 

เมื่อไม่นานมานี้รถของพี่ frank จอดไว้ที่หน้าบ้านตอนเย็นตามปกติเหมือนทุกวัน แต่แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้นความไม่ปกติก็ได้เกิดขึ้นเพราะท้ายรถโดนชนอย่างรุนแรง ไฟท้ายแตกยับเยิน กันชนหลังยุบเข้ามาพอสมควรจนฝากระโปรงหลังเปิดอ้าออกมา ใช่แล้วครับพี่ชายของผมกำลังเจอกับเหตุการณ์ “ชนแล้วหนี” ที่เราเห็นเป็นข่าวกันอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

 

และปัญหาคือรถคันนี้ไม่ได้ทำประกันชั้น 1 ไว้เพราะเป็นรถหลายปีแล้วจึงเลือกทำประกันชั้น 2+ แบบมีค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) แทน งานนี้ frank เลยได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ให้คำแนะนำพี่ชายเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้ดีที่สุดแล้วก็คิดถึงเพื่อนๆ ครับเลยอยากแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาบางทีเราก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน

 

 

เมื่อโดนชนแล้วหนีต้องทำอย่างไร?

 

ถ้าในเช้าวันหนึ่งเราเดินออกมาหน้าบ้านแล้วมาเจอรถยนต์สุดรักของเราโดนชนท้ายยับเยิน สิ่งแรกเราควรทำคืออะไรครับ?

 

1.ตรวจดูความคุ้มครองของประกันรถยนต์

 

ใช่แล้วครับ ถ้าคุณกำลังเจอการชนแล้วหนีเริ่มจากตั้งสติให้มั่นแล้วตรวจดูว่าประกันรถของคุณเป็นชั้นไหน? เพราะถ้าเป็น

  • ประกันรถชั้น 1 รถยนต์ของคุณได้รับความคุ้มครองทุกกรณีที่เกิดการชนจากอุบัติเหตุ
  • ประกันรถชั้น 2+ รถยนต์ของคุณจะได้รับควาคุ้มครองในกรณีรถชนรถเท่านั้น นั่นหมายความว่าคุณต้องระบุเลขทะเบียนรถของคู่กรณีได้จึงจะเแจ้งเคลมได้
  • ประกันรถชั้น 3+ รถยนต์ของคุณยังไดัรับความคุ้มครองจากการชนเหมือนชั้น 2+ คือคุณควรต้องระบุเลขทะเบียนรถคู่กรณีให้ได้นั่นเอง
  • ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้นเมื่อเกิดการชน เตรียมแคะกระปุกซ่อมเองนะครับ

อ่านเรื่องความคุ้มครองของประกันรถชั้นต่างๆ อย่างละเอียดได้ที่นี่เลยครับ

 

ชนแล้วหนีประกันแต่ละชั้นคุ้มครองอย่างไร?

 

2.โทรแจ้งเคลมประกันรถยนต์เพื่อรับความคุ้มครอง

 

เพราะบริษัทประกันจะสอบถามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อการออกใบเคลมและสำหรับประกันรถชั้น 1 บริษัทประกันจะไปไล่เบี้ย(ค้นหา)รถคันที่ก่อเหตุเอง ส่วนเพื่อนๆ แค่เตรียมใบบันทึกประจำวันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เพื่อเป็นเอกสารประการแจ้งเคลมด้วยนะครับ

 

ถ้าเป็นประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ถ้าโดนชนแล้วหนี คงต้องหาหลักฐานเพื่อระบุรถคันที่ก่อเหตุให้ได้เพื่อการแจ้งเคลม ขอภาพกล้องวงจรปิดจากที่เกิดเหตุหลายๆ มุมหรือถ้าเราติดกล้องรถยนต์แบบจับภาพด้านหลังแบบมีแบตเตอรี่ในตัวไว้ด้วยจะช่วยได้เยอะเลยครับ อ่านเทคนิคการเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์เพิ่มได้นะครับ แต่ถ้าเราไม่มีหลักฐานคงต้องหาทางรวบรวมมากที่สุดเท่าที่ทำได้นะครับ

 

3.แจ้งความกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน

 

เพราะบริษัทประกันต้องการหลักฐานที่ระบุว่าเกิดเหตุการณ์ที่ชนแล้วหนีบริเวณไหนและเป็นข้อมูลที่เป็นจริง เราจึงต้องแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ และถ้าเราทราบทะเบียนของรถคันที่ก่อเหตุก็คงต้องถูกเชิญสอบปากคำเพิ่มครั้งหรือ 2 คร้งด้วยนะครับ สำหรับเจ้าหน้าที่ประกันเรานัดไปเจอที่สถานีตำรวจเพื่อการออกใบเคลมที่นั่นได้เลย

 

ส่วนเรื่องของพี่ชาย frank ด้วยความที่เป็นประกันรถชั้น 2+ จึงต้องทางหลักฐานของคู่กรณีมาให้ได้เพื่อการแจ้งเคลมและโชคดีที่เราติดกล้องวงจรปิดไว้ที่หน้าบ้าน เลยรู้ว่าเป็นรถแท็กซี่ที่ขับมาก่อเหตุแล้วขับหนีไปตอนกลางดึก จึงโทรแจ้งประกันและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจกันตามระเบียบจนได้ใบเคลมมาเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นคงต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกด้วยตัวเองแน่ๆ

 

ความไม่ประมาทช่วยให้เรารับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เสมอนะครับ

 

frank’s box

  • เกี่ยวกับการชนแล้วหนีนั้นมีข้อกฎหมายที่เราควรรู้ไว้ คือ ในกรณีขับรถชนแล้วหนีมีความผิดฐานไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที  ซึ่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 บัญญัติไว้ใน มาตรา 78 คือ

“ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หลบหนี้ไป หรือไม่แสดงตัว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำ ความผิดและให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันที่ผู้ขับขี่หลบหนี้ หรือไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือได้ตัวผู้ขับขี่ ถ้าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกเดือนนับแต่ วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ”

  • พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522  มีการกำหนดโทษไว้ว่า มาตรา 160

“ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

 

Credit: http://www.peesirilaw.com

 

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ