จองคิวอบรมใบขับขี่ต้องรู้อะไรบ้าง?

จองคิวอบรมใบขับขี่

กำลังมองหาช่องทางจองคิวสอบใบขับขี่ออนไลน์อยู่ใช่ไหมล่ะ? หากเราไม่สะดวกมาจองคิวสอบใบขับขี่ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถอะไรก็ตามบนถนนสาธารณะ ก็หมดห่วงไปได้เลยครับ เพราะทางกรมขนส่งทางบกเปิดให้จองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์แล้ว เพียงแค่เราลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์  DLT e-Booking เลือกวันที่ เวลา และสถานที่จองอบรม ทำง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น  ก็สามารถเข้ามาอบรมและสอบวันจริงได้เลย ว่าแล้วเราจะต้องจองคิวอบรมใบขับขี่ยังไงนะ มาดูกันเถอะ

จองคิวทำใบขับขี่ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ 

  1. เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนการใช้งาน
  2. จองที่นั่งอบรมใบขับขี่
  3. ระบบส่งหลักฐานยืนยันการจอง

 

1. เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียนการใช้งาน

จองคิวอบรมใบขับขี่

อันดับแรกคุณจะต้องเข้าสู่ระบบเว็บไซต์จองคิวสอบใบขับขี่ หรือถ้าใครยังไม่เคยเข้าสู่ระบบมาก่อน ก็ต้องลงทะเบียนจองคิวสอบใบขับขี่ใหม่ครับ โดยจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในช่องว่างต่างๆ ให้ครบ หลังจากนั้นก็ให้กดยืนยันการลงทะเบียน  เมื่อเรียบร้อยก็จะมีป็อปอัพเเจ้งเตือนเด้งขึ้นมา เป็นอันว่าคุณลงทะเบียนบนเว็บไซต์สำเร็จแล้ว ก็สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อเริ่มต้นการใช้งานแอปพลิเคชันได้ทันที

** ทั้งนี้เรายังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Play store หรือ App store ได้ด้วยนะ เพียงให้พิมพ์ชื่อ DLT Smart Queue แล้วก็กดติดตั้งครับ

2. จองที่นั่งอบรมใบขับขี่

จองคิวอบรมใบขับขี่

สำหรับใครที่ต้องการขอใบอนุญาตขับขี่ใหม่จะต้องเข้าอบรมอย่างน้อย 5 ชั่วโมงก่อน จึงสามารถเข้าสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติได้ เพียงให้คุณเลือกประเภทใบอนุญาต, จังหวัด, สำนักงานขนส่ง รวมถึงเดือนและปีที่ต้องการจองคิวอบรมใบขับขี่ อันนี้สามารถเลือกสำนักงานขนส่งใกล้บ้านทั่วประเทศไทยได้ครับ ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด หลังจากนั้นจะมีตารางปฏิทินแสดงขึ้นมา เพื่อให้เราเลือกวันที่ต้องการเข้าไปอบรม  ขอบอกก่อนว่า ทางกรมการขนส่งทางบกจะเปิดให้จองคิวอบรมใบขับขี่ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์เท่านั้นนะครับ ถ้าวันไหนเต็มก็จะไม่เปิดให้จอง แต่ถ้าวันไหนว่างเราก็สามารถจองคิวอมรบใบขับขี่ได้เลย

แนะนำให้จองคิวเผื่อไว้ก่อนประมาณ 3 เดือน เนื่องจากมีผู้สนใจเข้ามาจองคิวสอบใบขับขี่จำนวนมาก อาจจะใช้เวลารอคิวเป็นเดือน ๆ ขึ้นอยู่กับสถานที่สำนักงานกรมการขนส่งที่เลือกลงทะเบียน

3. ระบบส่งหลักฐานยืนยันการจอง

จองคิวอบรมใบขับขี่

เมื่อเราจองคิวอบรมใบขับขี่แล้ว ให้รอผลการจอง หลังจากนั้นทางระบบก็จะออกใบจองมาให้ครับ  โดยจะแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับช่วงวันเวลา และห้องอบรม พร้อมเอกสารประกอบการดำเนินการครับ รวมถึงหมายเหตุในวันอบรมด้วย หากใครต้องการปริ้นท์หลักฐานการจองคิว หรือยกเลิกการจองที่นั่ง ก็สามารถกลับมายังหน้าแรกเพื่อเข้ามาทำรายการได้ แต่จะอนุญาตให้แก้ไขก่อนล่วงหน้า 2 วันของวันที่ทำการจอง 

*** หมายเหตุ : โปรดแต่งกายสุภาพในวันที่นัดอบรม กรุณางดใส่เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ แล้วต้องมาก่อนเวลานัด 30 นาที หากไม่มาติดต่อภายในเวลาที่กำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์และต้องทำการจองคิวใหม่ หรือจะเตรียมพร้อมด้วยการอ่านบทความถ่ายรูปใบขับขี่ยังไงไม่ให้ดูป่วยก็ได้นะ

4 สิ่งที่ต้องเตรียมไปสอบใบขับขี่ 

  • ใบปรินท์เอกสารการจองอบรม
  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
  • ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (ถ้ามี)

 

จองคิวอบรมใบขับขี่

หลังจากจองคิวอบรมใบขับขี่เรียบร้อยแล้ว เราก็จะต้องเตรียมเอกสารดำเนินเรื่องเช่นกัน ขอบอกเลยว่า สบายมากๆ ครับ เพราะการเตรียมเอกสารสมัยนี้ไม่ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน เนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องถ่ายเอกสารหลายชุด หรือใช้รูปถ่ายหลายใบให้เสียเวลา เพียงแค่เรานำเอกสารไปยื่นกับทางเจ้าหน้าที่สำนักงานกรมการขนส่ง ไม่กี่อย่างเท่านั้น

1. ใบปริ้นท์เอกสารการจองอบรม 

คือ เอกสารจองอบรมใบขับขี่ที่เราจองก่อนหน้านี้ ให้เราลองย้อนกลับไปหน้าแรกบนเว็บไซต์ DLT e-Booking  แล้วคลิกไปที่พิมพ์ใบ Ticket จะมีรายละเอียดการจองของคุณ พร้อมกับแสดงบาร์โค้ด ก็สามารถปริ้นท์ออกมาได้เลย

**แนะนำให้คุณไปก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที หรือก่อน 1 ชั่วโมงก็ได้นะ

2. บัตรประชาชนตัวจริง

ขอบอกเลยว่า จะต้องเป็นบัตรประชาชนตัวจริงเท่านั้นนะครับ ไม่สามารถใช้สำเนาบัตรประชาชนตัวจริงได้ ซึ่งจะต้องมีข้อมูลในบัตร และรูปหน้าในบัตรอย่างชัดเจน คราวนี้เราก็จะได้ใช้ความเป็นสมาร์ทการ์ดของบัตรประชาชนสักที อิอิ

3. ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน

ถือเป็นหลักฐานแสดงว่า ผู้ขอใบขับขี่ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน โดยเราจะต้องนำหลักฐานใบรับรองแพทย์ที่มีผู้รับรองกำหนด และตราประทับสถานพยาบาลชัดเจน แต่ทั้งนี้ใบรองแพทย์จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนด้วยนะครับ  จะใช้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ และใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลชั่วคราว ขาดเกิน 1 ปี / ขาดเกิน 3 ปี และใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ขาดเกิน 3 ปี 

*** หากใครยังไม่มีใบรองเเพทย์ ก็สามารถไปตรวจสุขภาพตามคลินิกต่าง ๆ ราคาจะประมาณ 100 บาทครับ หรือถ้าไปตามโรงพยาบาลใหญ่ ก็ราคาประมาณ 200-300 บาท แต่อย่าลืมนะว่าใบรับรองแพทย์จะต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ไปขอใบรับรองแพทย์จนถึงวันที่มาสมัครใบขับขี่

4. ใบอนุญาตขับรถฉบับเดิม (ถ้ามี)

อันนี้สำหรับผู้ที่เคยสอบใบขับขี่มาก่อน แล้วต้องการต่อใบขับขี่รถยนต์ หรือรถมอเตอร์ไซค์ ก็ให้เตรียมใบอนุญาตขับรถฉบับเดิมที่ต้องการต่อใบขับขี่ด้วย 

เมื่อถึงวันสอบใบขับขี่จริง เราก็จะต้องผ่านด่านทดสอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การอบรมเบื้องต้น ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย สอบภาคทฤษฎี และสอบภาคปฏิบัติ เพนกวินเเฟรงค์เชื่อว่าถ้าเราอ่านข้อสอบใบขับขี่รถยนต์และรถมอไซค์มาอย่างดี ก็จะช่วยให้คุณทำข้อสอบได้อย่างผ่านฉลุย ไม่ต้องเสียเวลาสอบหลายรอบด้วยครับ 

หลังจากจองคิวเข้าอบรม ทำข้อสอบผ่าน และรับใบขับขี่เสร็จแล้ว ก็สามารถดาวโหลดแอปพลิเคชันใบขับขี่ดิจิลแทนใบขับขี่ตัวจริงได้เลยนะครับ ก็เสมือนพกพาใบขับขี่ตัวจริงให้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม แล้วที่สำคัญอย่าลืมซื้อประกัน ! ต่อพ.ร.บ. ด้วย หรือจะเข้ามาเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ออนไลน์ หรือประกันรถจักรยานยนต์กับ frank.co.th ด้วย เทียบเบี้ยฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมเลือกกรมธรรม์ได้ตามที่คุณต้องการ มั่นใจเลยว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีที่สุดจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ เพียงแค่คลิกไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น ก็รับความคุ้มครองไปเลย

 

ประกันรถยนต์

Content Writer ผู้ที่รักในงานเขียน การเล่าเรื่อง ชอบแชร์ความรู้ใหม่ๆ และไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง อยากถ่ายทอดเรื่องราวดีดีผ่านตัวอักษร เชื่อว่าจะทำให้ผู้อ่านมีความสุข และสนุกไปพร้อมกัน