วิธีเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุรถตกเขา

วิธี-เอาตัวรอด-จาก-อุบัติเหตุ-รถตกเขา

 

อ่านเร็วๆ

  • ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถตกเขามีน้อยมาก ส่วนมากจะเสียชีวิตจากการกระแทกเมื่อตกจากที่สูง
  • เหตุการณ์ขึ้นมักจะเป็นช่วงเสี้ยววินาทีที่เราเห็นได้จากวิดีโอคลิปจากที่เกิดเหตุ ซึ่งถ้าคาดเข็มขัดนิรภัยไว้โอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทกจะน้อยกว่าคนที่ไม่คาดเข็มขัด
  • ถ้าเกิดเหตุขึ้นและยังมีสติ ให้สำรวจร่างกายก่อนว่าบาดเจ็บส่วนไหนบ้าง ขยับตัวได้หรือไม่ แล้วหาทางขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เช่น โทรศัพท์ ตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือใช้วัตถุเคาะให้เกิดเสียงดัง
  • การป้องกันที่ดีที่สุดคือ ตรวจสถาพรถให้พร้อมเสมอก่อนเดินทาง อย่าขับเร็วและใช้เกียร์ต่ำในการขึ้นลงเขาโดยเฉพาะทางที่เราไม่เคยเดินทางไปมาก่อน และอย่าลืมทำประกันก่อนเดินทางเพื่อให้มีคนช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายได้

 

ก่อนอื่นเลย Frank ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องที่ประสบเหตุรถตกเขาที่อเมริกาด้วยนะครับ อ่านข่าวแล้วทำให้ Frank รู้สึกว่าการเกิดอุบัติเหตุจาการขับรถขึ้นลงเขานี่มามาเรื่อยๆ เลยตั้งแต่เหตุการณ์รถบัสตกเหวที่เขาพลึง และอีกหลายอุบัติเหตุในภาคเหนือที่เราได้ยินกันอยู่ และส่วนมากแล้วจะมีผู้รอดชีวิตค่อนข้างน้อยจึงอยากพูดถึงเรื่องการเอาตัวรอดจากอุบัติเหตุเมื่อรถตกเขาเผื่อเป็นข้อมูลที่เราสามารถใช้ได้ในยามฉุกเฉินกันครับ

 

ขับรถ-ตอนกลางวัน-ตอนกลางคืน-อุบัติเหตุ-รถตกเขา

 

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุขับรถตกเขา

 

ก่อนอื่นเลยเรามาพูดถึงสาเหตุกันก่อนว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง อันดับหนึ่งหนีไม่พ้นเรื่องสภาพของรถยนต์ที่เราใช้โดยเฉพาะรถใหญ่อย่างรถบรรทุกหรือรถโดยสารประจำทางที่ต้องตรวจสภาพเบรกให้พร้อมเสมอเพราะน้ำหนักที่บรรทุกมาจะเกิดความหน่วงเวลาที่เบรกหรือเลี้ยวโค้ง (โดยเฉพาะโค้งหักศอก) ได้ รองลงมาคือความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ ยิ่งเราขับเร็วขึ้นเท่าไหร่เราจะมีเวลาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าน้อยลงไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่าทุกเสี้ยววินาทีมีผลต่อความปลอดภัยมากๆๆๆๆ เลยนะครับ

 

การขับรถไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เช่นกัน เพราะบางที่ Google map ก็พาเราหลงทางไปเส้นทางแปลกๆ ได้นะครับ หรือเป็นเส้นทางเดิมแต่เวลาที่เราขับรถตอนกลางวันกับตอนกลางคืนย่อมมีทัศนวิสัยที่ต่างกันมากทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นในเวลาที่เราขับรถเที่ยวโดยเฉพาะถ้ายิ่งขับรถเร็ว และสภาพถนนที่เราขับขี่ก็มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน ทางข้างหน้าอาจมีการซ่อมพื้นผิวถนนโดยที่เราไม่รู้มาก่อน หรือในกรณีที่รถขนน้ำมันเกิดเสียหลักพลิกคว่ำแล้วน้ำมันรั่วทำให้รถที่ขับตามมาเหยียบเบรคแล้วลื่นตกถนนได้

 

วิธี-เอาตัวรอด-จาก-รถตกเหว

 

วิธีการเอาตัวรอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุขับรถตกเขา

 

แต่อุบัติเหตุมันไม่มีใครบอกได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เราขับรถตกเขาขึ้น เช่น เบรกแตก ถนนเป็นทางโค้งหักศอก หรือถนนลื่นไม่สามารถควบคุมรถได้เสียหลักตกลงข้างทางแล้ว สิ่งที่จะช่วยให้เรารอดชีวิตได้นั้นคือ

 

1. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนขับรถ

เพราะเมื่อรถเสียหลักไถลลงไปตามเชิงเขาย่อมต้องชนกับทุกอย่างที่ขวงหน้าไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือต้นไม้ก็ตามถึงแม้ถุงลมนิรภัยจะทำงานเพื่อกันแรงกระแทก แต่อย่าลืมว่าถุงลมมีอยู่เฉพาะบริเวณด้านหน้าเท่านั้นและถุงลมยังถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทกแล้วยุบตัวลงทันทีเพื่อให้เราไม่ถูกอัดจนหายใจไม่ออก ดังนั้นเข็มขัดนิรภัยที่คุณตำรวจชอบปรับนี่ละครับ จะช่วยรั้งตัวเราไม่ไห้ไปกระแทกกระจกหน้ารถ

 

2. สำรวจการบาดเจ็บเมื่อรถหยุดแล้ว

เมื่อรถหยุดแล้วสำรวจตัวเองและคนที่นั่งไปด้วยว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง รถพลิกคว่ำหรือเปล่า ปลดเข็มขัดนิรภัย ลองเปิดประตูรถได้ไหม หรือมีช่องทางที่เราจะออกจากรถได้หรือไม่ ค้นหาโทรศัพท์เจอไหม แล้วค่อยออกมาขอความช่วยเหลือถ้าเรายังเคลื่อนไหวได้

 

3. ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ถ้าเราเคลื่อนไหวไม่ได้หรือออกจากรถไม่ได้ ให้หาทางตะโกนขอความช่วยเหลือ หรือหาวัสดุมาเคาะให้เกิดเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ เพราะตอนนี้คุณไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องรอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ แล้วล่ะ

 

4. ติดต่อบริษัทประกันเพื่อช่วยดูแลค่ารักษาและค่าซ่อมรถ

เมื่อได้รับการช่วยเหลือแล้วให้เราติดต่อทั้งบริษัทประกันรถยนต์และประกันชีวิตเพื่อช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลและค่าซ่อมแซมรถยนต์ เพราะนี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับจากความไม่ประมาทในการทำประกันไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะครับ เราจะรู้สึกว่ามีเพื่อนมาคอยดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดเลยล่ะครับ

 

ขับรถเที่ยว-ภูเขา-ปลอดภัย-จาก-อุบัติเหตุ-รถตกเหว

 

การป้องกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุตอนขับรถ เพราะงั้นอย่าลืมดูแลสภาพร่างกายของเราให้พร้อมก่อนเดินทางด้วยนะครับ ถ้ารู้สึกง่วงอย่าฝืนขับต่อไปเด็ดขาดให้หาที่จอดรถที่ปลอดภัยแล้วพักก่อนดีกว่าเกิดอาการหลับในครับ หรือการพักร่างกายทุก 250 ก.ม. หรือทุก ๆ 3 ชั่วโมงก็ช่วยให้เราลดอาการล้าในการขับรถทางไกลได้เช่นกันครับ

 

Frank สนับสนุนให้เตรียมพร้อมทั้งรถพร้อมทั้งคนเพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยทุกคนครับ

 

 

Content Writer ผู้ชื่นชอบและเชี่ยวชาญการทำเรื่องที่เข้าใจยากให้เป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะเรื่องประกัน การเงิน การลงทุน ชอบของล้ำๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เรื่องเที่ยวไม่ชอบเที่ยวซ้ำใคร และยินดีเป็นที่สุดที่ได้แบ่งปันเรื่องที่มีประโยชน์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเพราะการแบ่งปันทำให้สังคมเราน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ